
มุ่งมั่นส่งมอบคุณภาพสูงสุดในทุกชิ้นงาน
WellPCB Thailand มุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงสุด ตรงตามความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า ผ่านการปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่องและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

ทุกขั้นตอนการผลิตมีการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ทุกวัตถุดิบที่นำเข้ามาใช้ในการผลิตจะถูกตรวจสอบคุณภาพและใบรับรองก่อนนำไปใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
ทุกขั้นตอนการผลิตมีการควบคุมและติดตามอย่างใกล้ชิด ด้วยเอกสารกระบวนการ (Work Instructions) และการตรวจสอบระหว่างการผลิต
ใช้ระบบตรวจสอบด้วยกล้องความละเอียดสูงอัตโนมัติในการตรวจจับข้อบกพร่องทั้ง PCB และ PCBA อย่างแม่นยำ
PCB ทุกชิ้นผ่านการทดสอบไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อและป้องกันการลัดวงจร ด้วยเครื่องทดสอบ Flying Probe และ Fixture Test
ใช้เครื่อง X-Ray ในการตรวจสอบการบัดกรี BGA และจุดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการบัดกรี
ทดสอบการทำงานของผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทำงานได้ถูกต้องก่อนส่งมอบ
เราผลิตตามมาตรฐาน IPC ทั้ง Class 2 และ Class 3
สำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่ความต้องการหลักคือการทำงานของผลิตภัณฑ์
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการประสิทธิภาพและอายุการใช้งานยาวนาน แต่ไม่ใช่งานวิกฤต
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด ความล้มเหลวไม่เป็นที่ยอมรับ
เราได้รับการรับรองจากหน่วยงานมาตรฐานสากล
ชุดสายไฟ คือ ระบบประกอบที่ต้องควบคุมทั้งมิติทางกลและทางไฟฟ้า จึงต้องกำหนด requirement ให้ชัดตั้งแต่ต้น เช่น wire gauge, crimp height, pull force, continuity, labeling และ routing เช่นเดียวกับงาน PCB และ PCBA ที่ต้องกำหนด IPC class, acceptance criteria และจุดทดสอบที่สำคัญก่อนผลิตจริง เมื่อลูกค้ากับโรงงานนิยาม quality target ตรงกันตั้งแต่เริ่ม โอกาสเกิดงานแก้ไขและข้อโต้แย้งปลายทางจะลดลงมาก
| หัวข้อ | ใช้กับงานใด | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| ISO 9001 | ระบบบริหารคุณภาพโดยรวม | ทำให้กระบวนการสม่ำเสมอและตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| IATF 16949 | โครงการยานยนต์ | ลดความเสี่ยง defect และรองรับข้อกำหนด OEM |
| IPC | PCB และ PCBA | กำหนดเกณฑ์งานประกอบและการยอมรับ |
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับระบบบริหารคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะอุตสาหกรรมสามารถดูได้จาก ISO 9001, IATF 16949 และ IPC ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงที่ช่วยให้ทีมลูกค้าและทีมโรงงานใช้กรอบการสนทนาเดียวกันเมื่อกำหนด acceptance criteria
ข้อกำหนดด้านคุณภาพไม่ได้เป็นหัวข้อที่ควรคุยหลังจากได้ราคาแล้ว เพราะมีผลโดยตรงกับต้นทุนและกำหนดส่งตั้งแต่ต้น หากต้องตรวจ 100%, เก็บภาพ inspection, ทำ traceability ราย serial หรือออกเอกสาร FAI ทุกล็อต เวลา setup และแรงงานย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การคุย quality ช้าเกินไปจึงมักทำให้ราคาเดิมใช้ไม่ได้หรือ lead time เดิมไม่สอดคล้องกับความจริง
อีกประเด็นสำคัญคือคุณภาพไม่ใช่เรื่องของฝ่าย QC เพียงฝ่ายเดียว แต่เชื่อมกับการออกแบบ การจัดซื้อ การวางแผนการผลิต และการขนส่ง เมื่อ requirement ถูกกำหนดชัดตั้งแต่ช่วง RFQ โรงงานจะวางเครื่องมือ วิธีตรวจ และเอกสารส่งมอบให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของสินค้าได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าที่ส่ง quality expectation มาพร้อม RFQ มักได้ข้อเสนอที่ใช้งานได้จริงมากกว่า เพราะโรงงานสามารถประเมินต้นทุนของ inspection, test coverage และเอกสารส่งมอบได้ครบตั้งแต่รอบแรก ลดความจำเป็นในการ re-quote และช่วยให้การอนุมัติโครงการภายในองค์กรลูกค้าทำได้ง่ายขึ้น
โดยทั่วไปลูกค้ามักเริ่มจากระบบบริหารคุณภาพตาม ISO 9001 แล้วต่อยอดด้วยข้อกำหนดเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น IATF 16949 สำหรับยานยนต์ หรือข้อกำหนดด้านเอกสารและ traceability ที่เข้มงวดขึ้น
จะดูทั้งการย้ำสาย ความต่อเนื่อง การดึงหลุด การติดฉลาก การประกอบคอนเนคเตอร์ และผลทดสอบ 100% ตามระดับความเสี่ยงของสินค้าและ requirement ของลูกค้า
AOI เหมาะกับข้อบกพร่องที่มองเห็นจากผิวหน้า ส่วน X-Ray เหมาะกับจุดบัดกรีที่ซ่อนอยู่ เช่น BGA หรือแพ็กเกจที่ปิดทับ ทำให้การใช้ร่วมกันช่วยลด defect escape ได้ดีกว่า
ได้ หากมี test specification, acceptance criteria หรือเอกสาร FAI/QC plan อยู่แล้ว ทีมงานสามารถใช้เป็น baseline ร่วมกับข้อเสนอแนะเชิงกระบวนการจากโรงงาน
ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนออก PO เพราะข้อกำหนดเรื่อง inspection, traceability, sample approval และเอกสารส่งมอบมีผลต่อราคา lead time และความเสี่ยงตอน ramp production โดยตรง