การสั่งผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) เป็นครั้งแรกอาจดูเหมือนเรื่องยุ่งยากสำหรับมือใหม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาวิศวกรรม นัก maker ที่ชื่นชอบ DIY หรือวิศวกรที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน คุณอาจสงสัยว่า ต้องเตรียมอะไรบ้าง? ไฟล์ Gerber คืออะไร? จะเลือกผู้ผลิตอย่างไร? คู่มือฉบับนี้จะพาคุณเดินทางตั้งแต่การเตรียมไฟล์ออกแบบ ไปจนถึงการรับบอร์ดที่บ้านอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสั่งผลิต PCB
ก่อนที่คุณจะกดปุ่ม "สั่งซื้อ" บนเว็บไซต์ผู้ผลิตรายใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมข้อมูลสเปกของบอร์ดให้ครบถ้วน เพราะทุกรายละเอียดจะส่งผลต่อราคา ระยะเวลาการผลิต และคุณภาพของบอร์ดที่คุณจะได้รับ
Checklist สเปกที่ต้องกำหนดก่อนสั่งผลิต
- ขนาดบอร์ด (Board Dimensions): ระบุความกว้าง x ความยาว เป็น mm เช่น 100mm x 80mm
- จำนวนชั้น (Layer Count): เริ่มจาก 2 layers สำหรับวงจรทั่วไป หรือ 4-6 layers สำหรับวงจรที่ซับซ้อน
- ความหนาบอร์ด (Board Thickness): มาตรฐานคือ 1.6mm แต่สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 0.4mm ถึง 2.4mm
- น้ำหนักทองแดง (Copper Weight): 1 oz/ft2 เป็นมาตรฐาน ใช้ 2 oz สำหรับวงจรกำลังสูง
- วัสดุ (Material): FR-4 เป็นมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด มีความทนทานและราคาเหมาะสม
- Surface Finish: HASL, ENIG, หรือ OSP (จะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)
- สี Solder Mask: เขียวเป็นมาตรฐาน แต่มีให้เลือกทั้งแดง น้ำเงิน ดำ ขาว เหลือง
- สี Silkscreen: ขาวเป็นมาตรฐานที่อ่านง่ายที่สุดบน solder mask สีเขียว
- Min Trace Width/Spacing: ค่า minimum ของความกว้างลายทองแดงและระยะห่างระหว่างลาย เช่น 6mil/6mil
> คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: "การเตรียมสเปกให้ครบถ้วนก่อนสั่งผลิตเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ผมเห็นมือใหม่หลายคนรีบสั่งผลิตโดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ แล้วต้องสั่งผลิตใหม่ซึ่งเสียทั้งเวลาและเงิน แนะนำให้ใช้ checklist นี้ทุกครั้งก่อนกดสั่ง" — Hommer Zhao, Engineering Director
ทำความเข้าใจไฟล์ PCB — Gerber Files คืออะไร?
Gerber file เป็นรูปแบบไฟล์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้สื่อสารระหว่างนักออกแบบ PCB กับผู้ผลิต รูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันคือ Gerber RS-274X (Extended Gerber) ซึ่งเก็บข้อมูลทั้งรูปร่างของลายทองแดง aperture และคำสั่งการวาดไว้ในไฟล์เดียวกัน ทำให้สะดวกต่อการส่งให้ผู้ผลิต นอกจากนี้ยังมี Gerber X2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่กว่าที่มีข้อมูล metadata เพิ่มเติม ตามมาตรฐานของ Ucamco ผู้พัฒนา Gerber format
ไฟล์ที่ต้องเตรียมสำหรับการสั่งผลิต PCB
| ไฟล์ | นามสกุล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| Top Copper | .GTL | ลายทองแดงชั้นบน |
| Bottom Copper | .GBL | ลายทองแดงชั้นล่าง |
| Top Solder Mask | .GTS | กำหนดพื้นที่เปิดเพื่อบัดกรีชั้นบน |
| Bottom Solder Mask | .GBS | กำหนดพื้นที่เปิดเพื่อบัดกรีชั้นล่าง |
| Top Silkscreen | .GTO | ข้อความและสัญลักษณ์ชั้นบน |
| Bottom Silkscreen | .GBO | ข้อความและสัญลักษณ์ชั้นล่าง |
| Board Outline | .GKO / .GM1 | ขอบเขตของบอร์ด |
| Drill File | .DRL / .XLN | ตำแหน่งและขนาดรูเจาะ (Excellon format) |
สำหรับงาน PCBA (PCB Assembly)
หากคุณต้องการให้ผู้ผลิตประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลงบนบอร์ดด้วย คุณต้องเตรียมไฟล์เพิ่มอีก 2 ไฟล์ ได้แก่ BOM (Bill of Materials) ซึ่งระบุรายการชิ้นส่วนทั้งหมดพร้อม part number, value, footprint และจำนวน รวมถึง Pick and Place file ซึ่งระบุตำแหน่งและทิศทางการวางชิ้นส่วนบนบอร์ด คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Turnkey Assembly ของเราได้
วิธี Export Gerber จากโปรแกรมออกแบบ PCB ยอดนิยม
- KiCad: ไปที่ File > Fabrication Outputs > Gerbers (.gbr) จากนั้นเลือก Plot เพื่อ export ไฟล์ทั้งหมด แล้วไปที่ Generate Drill Files เพื่อสร้างไฟล์เจาะรู
- EasyEDA: คลิก Fabrication > PCB Fabrication File (Gerber) ระบบจะสร้างไฟล์ zip ให้อัตโนมัติ พร้อมส่งให้ผู้ผลิตได้ทันที
- Altium Designer: ไปที่ File > Fabrication Outputs > Gerber Files ตั้งค่า layers ที่ต้องการ จากนั้นเพิ่ม NC Drill Files ด้วย
Pro tip: ตั้งชื่อไฟล์ Gerber ให้มีหมายเลขเวอร์ชันและวันที่เสมอ เช่น `ProjectName_v1.2_20250220.zip` เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนเมื่อมีการแก้ไขหลายรอบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม อ่านคู่มือ Gerber file ฉบับสมบูรณ์ของเรา
Prototype vs. Production — เลือกแบบไหนดี?
การตัดสินใจว่าจะสั่งผลิตจำนวนเท่าไหร่มีผลอย่างมากต่อต้นทุนต่อชิ้นและระยะเวลาการผลิต มาดูเปรียบเทียบกัน
| ประเภท | จำนวน | ราคาโดยประมาณ/บอร์ด | ระยะเวลาผลิต | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| Prototype | 5-10 ชิ้น | 50-150 บาท | 3-7 วัน | ทดสอบวงจร ตรวจสอบ layout |
| Small Batch | 50-100 ชิ้น | 20-60 บาท | 5-10 วัน | Pre-production ทดสอบตลาด |
| Mid Volume | 500-1,000 ชิ้น | 8-25 บาท | 10-15 วัน | สินค้ารุ่นแรก |
| Mass Production | 5,000+ ชิ้น | 3-10 บาท | 15-25 วัน | การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ |
จากตารางจะเห็นว่า การสั่งผลิตจำนวนมาก (Mass Production) สามารถลดต้นทุนต่อชิ้นได้ถึง 50-90% เมื่อเทียบกับการสั่ง prototype อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจาก prototype เสมอ เพื่อทดสอบว่าวงจรทำงานถูกต้องก่อนลงทุนสั่งผลิตจำนวนมาก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยบริการ PCB Prototype ที่รองรับจำนวนน้อยและผลิตเร็ว
วิธีเลือกผู้ผลิต PCB ที่เหมาะสม
การเลือกผู้ผลิต PCB ที่ใช่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของโปรเจกต์ ต่อไปนี้คือปัจจัยที่ควรพิจารณา
ปัจจัยสำคัญในการเลือกผู้ผลิต
- ความสามารถในการผลิต (Capabilities): ตรวจสอบว่าผู้ผลิตรองรับสเปกที่คุณต้องการหรือไม่ เช่น จำนวนชั้น minimum trace width ประเภท surface finish และ via type
- ราคา (Pricing): เปรียบเทียบราคาจากผู้ผลิตหลายราย เว็บไซต์ PCBShopper เป็นเครื่องมือที่ดีในการเปรียบเทียบราคาจากผู้ผลิตหลายสิบราย
- ระยะเวลาผลิต (Turnaround Time): ผู้ผลิตบางรายเสนอบริการ express ที่สามารถผลิตได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ใบรับรอง (Certifications): มองหาผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน IPC Class 2 หรือ Class 3, ISO 9001 และ UL Listed
- MOQ (Minimum Order Quantity): ผู้ผลิตบางรายรับสั่งตั้งแต่ 5 ชิ้น ในขณะที่บางรายกำหนด MOQ ที่ 50-100 ชิ้น
- การจัดส่ง (Shipping): ตรวจสอบตัวเลือกการจัดส่งมาประเทศไทย ทั้ง express (DHL, FedEx, UPS) และ standard (ePacket, registered mail)
- DFM Review: ผู้ผลิตที่ดีจะตรวจสอบไฟล์ Gerber ของคุณก่อนผลิตและแจ้งปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
- รีวิวและชื่อเสียง: อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงในฟอรัมอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ผลิตในไทย vs ผู้ผลิตจากจีน
สำหรับตลาดไทย คุณมี 2 ตัวเลือกหลัก ผู้ผลิตในไทยจะมีข้อดีเรื่องการสื่อสารเป็นภาษาไทย ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า และระยะเวลาจัดส่งสั้น แต่ราคามักจะสูงกว่าและตัวเลือกสเปกอาจจำกัด ส่วนผู้ผลิตจากจีนจะมีราคาที่แข่งขันได้มากกว่า มีตัวเลือกหลากหลาย และรองรับการผลิตจำนวนมาก แต่ต้องคำนึงถึงค่าจัดส่งระหว่างประเทศ ภาษีนำเข้า และระยะเวลาขนส่งที่นานกว่า
ขั้นตอนการสั่งผลิต PCB ทีละขั้นตอน
มาดูขั้นตอนการสั่งผลิต PCB ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7-20 วันขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและตัวเลือกการจัดส่ง
ขั้นตอนที่ 1: สร้างบัญชีผู้ใช้
ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของผู้ผลิตที่คุณเลือก กรอกข้อมูลที่อยู่จัดส่งในไทยให้ถูกต้อง รวมถึงเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อเรื่องจัดส่ง
ขั้นตอนที่ 2: อัปโหลดไฟล์ Gerber
อัปโหลดไฟล์ .zip ที่รวม Gerber ทั้งหมดไว้ ระบบของผู้ผลิตส่วนใหญ่จะแสดงตัวอย่าง (preview) ของบอร์ดให้คุณตรวจสอบ
ขั้นตอนที่ 3: กำหนดสเปกการผลิต
เลือกสเปกต่าง ๆ ตาม checklist ที่เตรียมไว้ ได้แก่ จำนวนชั้น ขนาดบอร์ด ความหนา วัสดุ surface finish สี solder mask และจำนวนที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 4: รอการตรวจสอบ DFM
ผู้ผลิตจะตรวจสอบไฟล์ของคุณว่าสามารถผลิตได้ตามสเปกที่ระบุหรือไม่ หากพบปัญหาจะแจ้งให้คุณแก้ไข เช่น trace width น้อยเกินไป หรือ drill hole ใกล้ขอบบอร์ดเกินไป
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบใบเสนอราคา
ทบทวนราคาทั้งหมดรวมถึงค่าผลิต ค่าจัดส่ง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้แน่ใจว่าตรงกับงบประมาณ
ขั้นตอนที่ 6: เลือกวิธีจัดส่ง
สำหรับการจัดส่งมาประเทศไทย DHL Express มักใช้เวลา 3-5 วัน ในขณะที่ standard shipping อาจใช้เวลา 10-20 วัน
ขั้นตอนที่ 7: ชำระเงินและยืนยันคำสั่งซื้อ
ชำระเงินผ่านช่องทางที่ผู้ผลิตรองรับ เช่น บัตรเครดิต PayPal หรือ wire transfer
ขั้นตอนที่ 8: ติดตามสถานะการผลิตและจัดส่ง
ผู้ผลิตส่วนใหญ่มีระบบ tracking ให้ติดตามสถานะตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงจัดส่ง
Timeline โดยประมาณ
| ขั้นตอน | ระยะเวลา |
|---|---|
| อัปโหลดไฟล์ + ตรวจ DFM | 1-2 วัน |
| การผลิต (Prototype) | 3-5 วัน |
| การผลิต (Standard) | 5-10 วัน |
| จัดส่ง Express มาไทย | 3-5 วัน |
| จัดส่ง Standard มาไทย | 10-20 วัน |
หมายเหตุเรื่องศุลกากร: สำหรับการนำเข้า PCB มาประเทศไทย สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มักถูกจัดอยู่ในหมวดที่มีอัตราอากรขาเข้า 0-5% แต่จะมี VAT 7% คิดจากราคา CIF (ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกัน) พัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทอาจได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า
เปรียบเทียบ Surface Finish — HASL vs ENIG vs OSP
Surface finish เป็นชั้นเคลือบผิวทองแดงบน pad เพื่อป้องกันการออกซิเดชันและช่วยในการบัดกรี การเลือก surface finish ที่เหมาะสมมีผลต่อคุณภาพการบัดกรี อายุการเก็บรักษา และต้นทุน อ่านรายละเอียดเชิงลึกได้ที่บทความเปรียบเทียบ Surface Finish ทุกประเภท
| คุณสมบัติ | HASL (Lead-free) | ENIG | OSP |
|---|---|---|---|
| ต้นทุน | ต่ำ | สูง (แพงกว่า HASL 2-3 เท่า) | ต่ำ |
| ความเรียบผิว | ปานกลาง (ผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ) | ดีเยี่ยม (ผิวเรียบมาก) | ดี |
| อายุเก็บรักษา | 12+ เดือน | 12+ เดือน | 3-6 เดือน |
| Fine-pitch | ไม่แนะนำ (< 0.5mm pitch) | เหมาะมาก | เหมาะสม |
| Lead-free | มีรุ่น lead-free | ใช่ | ใช่ |
| เหมาะกับ | Prototype, วงจรทั่วไป | BGA, fine-pitch, high-reliability | ต้นทุนต่ำ, ผลิตเร็ว |
คำแนะนำสำหรับมือใหม่: หากคุณเพิ่งเริ่มต้นและทำ prototype ให้เลือก HASL lead-free เพราะราคาถูก ทนทาน และบัดกรีง่ายด้วยมือ หากออกแบบบอร์ดที่มี IC แบบ fine-pitch หรือ BGA ให้เลือก ENIG เพื่อความเรียบของผิวที่ดีกว่า
7 ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อสั่ง PCB
จากประสบการณ์ทำงานกับลูกค้าหลายร้อยราย ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
1. ส่งไฟล์ Gerber เวอร์ชันเก่า
หลายคนแก้ไขไฟล์ออกแบบแล้วลืม export Gerber ใหม่ ทำให้ไฟล์ที่ส่งไปไม่ตรงกับการแก้ไขล่าสุด ควรตั้งชื่อไฟล์ให้มีเวอร์ชันและวันที่เสมอ
2. เพิกเฉยต่อผลตรวจ DFM
เมื่อผู้ผลิตแจ้ง DFM issue กลับมา อย่าเพิกเฉย แม้จะเป็น warning เล็กน้อย เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบอร์ด
3. เลือก Surface Finish ผิดประเภท
การเลือก HASL สำหรับบอร์ดที่มี BGA หรือ fine-pitch component จะทำให้เกิดปัญหาในการบัดกรี ต้องเลือกให้ตรงกับชิ้นส่วนที่ใช้
4. Footprint ไม่ตรงกับชิ้นส่วนจริง
นี่คือปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด เพราะหาก pad หรือ drill hole ไม่ตรงกับขาของ component จะไม่สามารถประกอบชิ้นส่วนได้เลย ตรวจสอบ footprint กับ datasheet ของชิ้นส่วนทุกตัวก่อนสั่งผลิต
5. ไม่รัน DRC (Design Rule Check)
DRC เป็นฟีเจอร์ในโปรแกรมออกแบบ PCB ที่ตรวจสอบข้อผิดพลาดทางกายภาพ เช่น trace ใกล้กันเกินไป drill ซ้อนทับ หรือ pad ที่ไม่ได้เชื่อมต่อ ต้องรัน DRC ทุกครั้งก่อน export Gerber
6. ประเมินต้นทุนรวมต่ำเกินไป
มือใหม่มักลืมคิดค่าจัดส่ง ภาษีนำเข้า VAT ค่า stencil และค่า panelization ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คาดไว้มาก
7. ข้าม prototype ไปสั่ง production เลย
การข้ามขั้นตอน prototype แล้วสั่งผลิตจำนวนมากทันทีเป็นความเสี่ยงสูงมาก หากพบข้อผิดพลาดในวงจร คุณจะเสียเงินและเวลาอย่างมหาศาล
> คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: "จากประสบการณ์ของผมที่ทำงานกับลูกค้าทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ข้อผิดพลาดอันดับ 1 คือการข้ามขั้นตอน prototype ผมเคยเห็นบริษัทที่สั่ง production run 5,000 ชิ้นโดยไม่ทำ prototype แล้วพบว่า footprint ของ IC ตัวหลักผิดขนาด ต้องทิ้งบอร์ดทั้งหมดและเสียเงินหลายแสนบาท ทำ prototype 5-10 ชิ้นก่อนเสมอครับ" — Hommer Zhao, Engineering Director
ต้นทุนการสั่งผลิต PCB — ราคาเท่าไหร่?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูตัวอย่างราคาจริงสำหรับบอร์ด 2 layers ขนาด 100x100mm วัสดุ FR-4 surface finish HASL lead-free ความหนา 1.6mm
| จำนวน | ราคาค่าผลิต | ราคาต่อชิ้น | ค่าจัดส่ง Express มาไทย |
|---|---|---|---|
| 5 ชิ้น | 70-150 บาท | 14-30 บาท | 500-800 บาท |
| 10 ชิ้น | 70-200 บาท | 7-20 บาท | 500-800 บาท |
| 50 ชิ้น | 500-1,000 บาท | 10-20 บาท | 600-1,000 บาท |
| 100 ชิ้น | 800-1,800 บาท | 8-18 บาท | 700-1,200 บาท |
| 500 ชิ้น | 2,500-6,000 บาท | 5-12 บาท | 1,000-2,000 บาท |
| 1,000 ชิ้น | 4,000-10,000 บาท | 4-10 บาท | 1,500-3,000 บาท |
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องระวัง
- ค่า Stencil: สำหรับงาน SMT assembly จะมีค่า stencil ประมาณ 300-800 บาท ต่อแผ่น
- ค่า Panelization: หากต้องการให้ผู้ผลิตทำ panel จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
- ค่า Tooling: สำหรับ production run อาจมี tooling fee ครั้งแรก
- ภาษีนำเข้าและ VAT: อากรขาเข้า 0-5% + VAT 7% คิดจากราคา CIF
- ค่า E-test: บอร์ดจำนวนมากมักรวม electrical test อยู่แล้ว แต่ prototype บางรายอาจคิดเพิ่ม
ข้อมูลน่าสนใจ: เมื่อเพิ่มจำนวนสั่งจาก 5 ชิ้นเป็น 100 ชิ้น ต้นทุนต่อชิ้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง) สามารถลดลงได้ถึง 40-60% และเมื่อเพิ่มเป็น 1,000 ชิ้นขึ้นไป สามารถลดได้ถึง 70-85% ดังนั้นหากมั่นใจในดีไซน์แล้ว การสั่งจำนวนมากจะคุ้มค่ากว่ามาก สำหรับเทคนิคเพิ่มเติมในการลดต้นทุน อ่านกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน PCB
สิ่งที่ต้องทำหลังรับบอร์ด PCB
เมื่อพัสดุมาถึง อย่ารีบนำบอร์ดไปใช้ทันที ควรตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน
ขั้นตอนการตรวจรับบอร์ด
- ตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection): ตรวจดูรอยขีดข่วน รอยบุบ สี solder mask ที่ลอกหรือไม่สม่ำเสมอ และ silkscreen ที่เบลอหรือขาดหาย
- ตรวจสอบขนาด (Dimensional Verification): ใช้ caliper วัดขนาดบอร์ดและเปรียบเทียบกับไฟล์ออกแบบ ค่าความคลาดเคลื่อนไม่ควรเกิน 0.1-0.2mm
- ทดสอบความต่อเนื่อง (Continuity Test): ใช้มัลติมิเตอร์ตรวจสอบว่าลายวงจรสำคัญเชื่อมต่อถูกต้อง และไม่มีจุดที่ขาดหรือ short circuit
- เปรียบเทียบกับไฟล์ออกแบบ: วาง component สำคัญลงบน pad เพื่อตรวจสอบว่า footprint ตรงกัน โดยเฉพาะ IC ที่มี fine-pitch
- ตรวจสอบรูเจาะ (Drill Holes): ตรวจดูว่ารูเจาะอยู่ตรงตำแหน่งและมีขนาดถูกต้อง ลองใส่ through-hole component เพื่อทดสอบ
- บันทึกปัญหา (Document Issues): หากพบปัญหาใด ๆ ถ่ายรูปและบันทึกรายละเอียดเพื่อแจ้งผู้ผลิต ผู้ผลิตที่ดีจะผลิตใหม่ให้ฟรีหากเป็นความผิดพลาดของฝ่ายผลิต
> คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: "การตรวจรับบอร์ดอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณพบปัญหาก่อนเริ่มการประกอบ ซึ่งจะประหยัดเวลาและต้นทุนมหาศาล ผมแนะนำให้สร้าง checklist การตรวจรับของตัวเองและใช้ทุกครั้ง หากคุณพบปัญหาซ้ำ ๆ จากผู้ผลิตเดิม อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนผู้ผลิตครับ" — Hommer Zhao, Engineering Director
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สั่งผลิต PCB ขั้นต่ำกี่ชิ้น?
ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันรับสั่งขั้นต่ำเพียง 5 ชิ้น บางรายอาจรับสั่งแม้แต่ 1 ชิ้น แต่ต้นทุนต่อชิ้นจะสูงมาก สำหรับ PCB assembly (PCBA) MOQ อาจสูงกว่าที่ 10-50 ชิ้น ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต
สั่งผลิต PCB ใช้เวลานานเท่าไหร่?
ระยะเวลาการผลิต prototype อยู่ที่ 3-7 วัน ส่วน standard production อยู่ที่ 5-15 วัน บวกกับระยะเวลาจัดส่งมาไทยอีก 3-5 วันสำหรับ express หรือ 10-20 วันสำหรับ standard โดยรวมแล้วประมาณ 1-4 สัปดาห์
ต้องส่งไฟล์อะไรบ้าง?
สำหรับ PCB เปล่า ต้องส่งไฟล์ Gerber (RS-274X) พร้อม drill file รวมเป็น .zip หากต้องการ PCBA ด้วยต้องเพิ่ม BOM และ Pick and Place file ผู้ผลิตบางรายรับไฟล์ตรงจากโปรแกรมออกแบบ เช่น .kicad_pcb หรือ .brd ด้วย
สั่งประกอบชิ้นส่วน (PCBA) พร้อมกันได้ไหม?
ได้ ผู้ผลิตหลายรายเสนอบริการ turnkey assembly ที่ครอบคลุมทั้งการผลิต PCB จัดหาชิ้นส่วน และประกอบบนบอร์ด ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากในการจัดการหลายซัพพลายเออร์
จะสั่ง PCB prototype ราคาถูกที่สุดได้ที่ไหน?
ผู้ผลิตจากจีนมักเสนอราคา prototype ที่ถูกที่สุดในตลาด บอร์ด 2 layers ขนาดเล็กอาจเริ่มต้นเพียง 50-100 บาทสำหรับ 5 ชิ้น แต่อย่าลืมรวมค่าจัดส่งด้วย เพราะค่าจัดส่ง express อาจแพงกว่าค่าบอร์ดเสียอีก
เลือกผู้ผลิตไทยหรือจีนดี?
ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ หากต้องการความสะดวกในการสื่อสาร ไม่ต้องยุ่งกับศุลกากร และต้องการรับบอร์ดเร็ว เลือกผู้ผลิตไทย หากต้องการราคาที่แข่งขันได้ ตัวเลือกสเปกที่หลากหลาย และสั่งจำนวนมาก ผู้ผลิตจีนจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หลายบริษัทในไทยใช้ทั้งสองแหล่งร่วมกัน คือใช้ผู้ผลิตไทยสำหรับ prototype เร่งด่วน และผู้ผลิตจีนสำหรับ production run
สรุป
การสั่งผลิต PCB ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการกำหนดสเปกที่ชัดเจน เตรียมไฟล์ Gerber ที่ถูกต้อง เลือกผู้ผลิตที่เหมาะสม และตรวจสอบบอร์ดอย่างละเอียดเมื่อได้รับ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่คือ อย่าข้ามขั้นตอน prototype เพราะการทดสอบด้วยบอร์ดจำนวนน้อยจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและเงินในระยะยาว
หากคุณพร้อมที่จะเริ่มสั่งผลิต PCB แล้ว หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์ของคุณ ติดต่อทีมงานของเราได้เลย เรายินดีช่วยเหลือตั้งแต่การตรวจสอบไฟล์ไปจนถึงการแนะนำสเปกที่เหมาะสมกับงานของคุณ
---
บทความที่เกี่ยวข้อง
- คู่มือ Gerber File ฉบับสมบูรณ์ — เจาะลึกทุกอย่างเกี่ยวกับไฟล์ Gerber ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง
- เปรียบเทียบ Surface Finish ทุกประเภท — HASL, ENIG, OSP, Immersion Silver และอื่น ๆ เลือกแบบไหนดี?
- กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน PCB — เทคนิคลดต้นทุนการผลิต PCB โดยไม่เสียคุณภาพ



