คำตอบสั้น ๆ
SPI ตรวจครีมบัดกรี, AOI ตรวจสิ่งที่มองเห็น, X-ray ตรวจจุดซ่อนเร้น, ICT ตรวจทางไฟฟ้า และ FCT ตรวจการทำงาน ส่วน Burn-in คัดกรองความเสียหายช่วงเริ่มต้นตามความเสี่ยง ตกลงวิธีตรวจ เกณฑ์ยอมรับ และรายงานก่อนผลิต PCBA
- ระบุ IPC-A-610 Class และ Revision ที่ใช้ในสัญญา
- เลือกวิธีตรวจตามข้อบกพร่องที่ต้องการค้นหาและจุดที่เข้าถึงได้
- เตรียม Test Point, Fixture และเกณฑ์ FCT
- ตกลงแผนสุ่ม การตามสอบ และการจัดการงานไม่ผ่าน
ทำไมการทดสอบ PCBA ถึงสำคัญ?
การทดสอบ PCBA (Printed Circuit Board Assembly) ช่วยค้นหาข้อบกพร่องก่อนส่งมอบ ทั้งการประกอบแบบ SMT และ THT ต้องมีแผนตรวจตามความเสี่ยง
การพบปัญหาเร็วช่วยลดงานแก้ไขภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อบอร์ดถึงผู้ใช้แล้ว แต่ต้นทุนที่ประหยัดต้องประเมินจากโครงการจริง
ต้นทุนของคุณภาพ
โดยทั่วไป ต้นทุนคุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ประเภท:
- ต้นทุนป้องกัน - การทบทวน DFM การฝึกอบรม และการควบคุมกระบวนการ
- ต้นทุนการประเมิน - การตรวจสอบ การทดสอบ และการประเมินผล
- ต้นทุนความล้มเหลวภายใน - งานแก้ไข ของเสีย และการทดสอบซ้ำ
- ต้นทุนความล้มเหลวภายนอก - การรับประกัน การส่งคืน และผลกระทบต่อชื่อเสียง
ประเมินต้นทุนรวมร่วมกับราคาทดสอบ ศึกษาเพิ่มเติมที่ American Society for Quality (ASQ)
ภาพรวมวิธีการทดสอบ
เลือกวิธีตามวงจร เทคโนโลยีการประกอบ ปริมาณผลิต และเกณฑ์ตรวจรับ:
| วิธีการ | ตรวจจับอะไร | ขั้นตอน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| SPI | ความผิดปกติของครีมบัดกรี | หลังพิมพ์ ก่อนวางชิ้นส่วน | สาย SMT |
| AOI | ข้อบกพร่องที่มองเห็น | ตามแผนตรวจ เช่น หลังรีโฟลว์ | งานที่กล้องเข้าถึงจุดตรวจได้ |
| X-Ray | ลักษณะจุดบัดกรีที่ซ่อนอยู่ | หลังบัดกรี | BGA, QFN |
| ICT | ค่าทางไฟฟ้า วงจรเปิด/ลัดวงจร | หลังประกอบ | มี Test Point และคุ้มค่าทำ Fixture |
| FCT | การทำงานตามแผน | ระดับบอร์ดหรือระบบ | มีฟังก์ชันและเกณฑ์ผ่านชัดเจน |
| Burn-in | ความเสียหายช่วงเริ่มต้นบางประเภท | ตามแผน | ต้องคัดกรองเพิ่มเติมตามความเสี่ยง |
Solder Paste Inspection (SPI)
SPI ตรวจครีมก่อนวางชิ้นส่วน เพื่อแก้ปัญหาก่อนรีโฟลว์ ไม่ได้ยืนยันจุดบัดกรีหลังประกอบ
SPI วัดอะไร
- ปริมาตร - ปริมาณครีมที่พิมพ์ลงบนแพด
- พื้นที่ - พื้นที่ครอบคลุมแพด
- ความสูง - ความสูงของครีมจากพื้นผิวอ้างอิง
- ตำแหน่ง - การเยื้องจากตำแหน่งแพด
ข้อบกพร่องทั่วไปที่ตรวจพบ
- ครีมไม่พอ เสี่ยงต่อจุดบัดกรีไม่สมบูรณ์
- ครีมมากเกินไป เสี่ยงต่อสะพานบัดกรี
- ตำแหน่งไม่ตรง
- รูปร่างครีมขาดช่วงหรือผิดปกติ
- ไม่มีครีมบนแพดที่ต้องพิมพ์
เทคโนโลยี SPI
ระบบ 3D SPI อาจใช้เทคนิคต่างกันตามรุ่นเครื่อง เช่น:
- Laser Triangulation
- Moiré Fringe Projection
- การวัดแบบ Confocal
ตรวจความแม่นยำและการทำซ้ำจากข้อมูลผู้ผลิตและชิ้นงานจริง
ทำไม SPI ถึงสำคัญ
SPI ช่วยควบคุมความผิดปกติของการพิมพ์ครีมที่อาจเกี่ยวข้องกับ:
- ชิ้นส่วนตั้งขึ้นด้านเดียว (Tombstoning)
- สะพานบัดกรี
- ปริมาณบัดกรีไม่เพียงพอ
- รูพรุนในจุดบัดกรี BGA
ยังต้องตรวจหลังบัดกรี เพราะแพด วัสดุ และโปรไฟล์รีโฟลว์ก็มีผล
Automated Optical Inspection (AOI)
AOI ใช้กล้องและการประมวลผลภาพตรวจงาน SMT และงานผสม SMT/THT ต้องตั้งโปรแกรม แสง และมุมมองให้เหมาะสม พร้อมยืนยันผลแจ้งเตือน
ความสามารถของ AOI
ข้อบกพร่องชิ้นส่วน:
- ชิ้นส่วนขาดหาย
- ชิ้นส่วนผิดรุ่นที่แยกได้จากภาพ
- ชิ้นส่วนเยื้องตำแหน่ง
- ขั้วผิดที่มีเครื่องหมายให้ตรวจ
- เครื่องหมายค่าไม่ตรง ไม่ใช่การวัดค่าทางไฟฟ้า
ข้อบกพร่องบัดกรี:
- สะพานบัดกรีที่มองเห็น
- บัดกรีไม่เพียงพอหรือมากเกินไป
- ผิวหรือรูปทรงผิดปกติที่ต้องยืนยัน
- ชิ้นส่วนตั้งขึ้นด้านเดียว
ข้อบกพร่อง PCB:
- คราบที่กล้องแยกได้
- ลายวงจรเสียหายที่มองเห็น
- แพดหลุดที่มองเห็น
ข้อจำกัดของ AOI
AOI ไม่สามารถยืนยันได้โดยลำพังในเรื่อง:
- จุดบัดกรีที่ซ่อนอยู่ใต้ BGA, QFN
- ความแม่นยำของค่าชิ้นส่วน
- การทำงานของวงจร
- ข้อบกพร่องภายในชิ้นส่วน
จึงควรใช้ X-ray และการทดสอบทางไฟฟ้าร่วมตามความเสี่ยง
2D AOI vs 3D AOI
2D AOI:
- วิเคราะห์ภาพพื้นผิวจากกล้อง
- โดยทั่วไปลงทุนต่ำกว่าในระบบใกล้เคียงกัน
- ข้อมูลความสูงมีข้อจำกัด
- เหมาะเมื่อรูปร่างและเครื่องหมายแยกข้อบกพร่องได้
3D AOI:
- อาจใช้แสงแบบมีโครงสร้างเพื่อวัดความสูง
- ประเมินรูปทรงชิ้นส่วนและ Solder Fillet ที่มองเห็น
- ช่วยแยกข้อบกพร่องบางประเภทได้ดีขึ้น
- ต้องประเมินผิวสะท้อนและการบังมุมกับบอร์ดจริง
การตรวจสอบด้วย X-Ray
X-ray ช่วยตรวจจุดบัดกรีใต้ BGA และ QFN ที่กล้องมองไม่เห็น ความสามารถขึ้นอยู่กับความละเอียด มุมถ่าย และการซ้อนทับของวัสดุ
เมื่อไหร่ต้องใช้ X-Ray
พิจารณาตามจุดเสี่ยง เช่น:
- แพ็กเกจ BGA และ CSP
- แพ็กเกจ QFN และ DFN
- การประกอบ Flip Chip
- วิเคราะห์ Buried Vias ในบอร์ดหลายชั้น ด้วยวิธีที่เหมาะสม (ดูคู่มือ HDI PCB)
- งานที่ต้องประเมินจุดเชื่อมซ่อนเร้นเป็นพิเศษ
X-Ray เปิดเผยอะไร
ข้อบกพร่อง BGA ที่อาจตรวจพบ:
- บอลบัดกรีขาดหาย
- สะพานบัดกรีระหว่างบอล
- ลักษณะต้องสงสัยของ Head-in-Pillow
- รูพรุนในจุดบัดกรี
- จุดเปิดบางลักษณะ
ข้อบกพร่อง QFN ที่อาจตรวจพบ:
- รูพรุนในแพดกลาง
- จุดเปิดบางลักษณะบริเวณขารอบนอก
- สะพานบัดกรีใต้แพ็กเกจ
Head-in-Pillow และการไม่เปียกผิวอาจต้องใช้มุมเพิ่มเติม CT หรือวิธีอื่นตรวจยืนยัน
2D X-Ray vs 3D X-Ray (CT)
2D X-Ray:
- ให้ภาพฉายที่โครงสร้างต่างชั้นซ้อนกัน
- โดยทั่วไปตรวจได้เร็วกว่า CT ในงานใกล้เคียงกัน
- ต้นทุนขึ้นอยู่กับเครื่องและขั้นตอนตรวจ
- เหมาะเมื่อภาพฉายแยกลักษณะเป้าหมายได้
3D X-Ray (CT):
- สร้างภาพปริมาตรและเลือกดูภาพตัดขวาง
- ช่วยระบุตำแหน่งข้อบกพร่องในโครงสร้างซ้อนกัน
- พิจารณาเมื่อภาพฉายให้ข้อมูลไม่พอ
- ต้องประเมินเวลา ความละเอียด และต้นทุนกับชิ้นงานจริง
การวิเคราะห์รูพรุน
X-ray ใช้ประเมินรูพรุน โดยพื้นที่จากภาพฉายไม่เท่ากับปริมาตรโดยตรง แนวทาง BGA เช่น IPC-7095 ต้องอ่านจากฉบับที่ใช้
| แอพพลิเคชัน | เกณฑ์รูพรุนที่ต้องตกลง | เอกสารที่ใช้พิจารณา |
|---|---|---|
| ผู้บริโภค | ตามแพ็กเกจและจุดบัดกรี | แบบและมาตรฐานฉบับที่ใช้ |
| อุตสาหกรรม | ตามภาระความร้อนและความทนทาน | ข้อกำหนดและข้อมูลผู้ผลิต |
| ยานยนต์ | เกณฑ์ที่ลูกค้าอนุมัติ | สัญญา; IATF 16949 ไม่ใช่ตารางรูพรุน |
| การแพทย์ | ตามความเสี่ยงและการใช้งาน | แบบและมาตรฐานฉบับที่ใช้ |
ดูตารางในมาตรฐานฉบับที่ใช้และแผ่นข้อมูลของผู้ผลิต ไม่แปลง Class เป็นค่ารูพรุนเดียว ผลต่อความร้อนและความทนทานขึ้นกับขนาดและตำแหน่ง โดยเฉพาะการประกอบ LED และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
In-Circuit Testing (ICT)
ICT โดยทั่วไปใช้ Bed-of-Nails Fixture ตรวจค่าทางไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ ความครอบคลุมขึ้นกับ Test Point วงจรขนาน และระบบทดสอบ
การวัดของ ICT
การทดสอบชิ้นส่วนตามความสามารถของระบบ:
- ค่าความต้านทาน
- ค่าความจุ
- ค่าความเหนี่ยวนำ
- ลักษณะไดโอด
- พารามิเตอร์ทรานซิสเตอร์เมื่อวงจรและวิธีวัดรองรับ
การทดสอบวงจร:
- วงจรเปิด
- ลัดวงจร
- ทิศทางชิ้นส่วนที่ตรวจทางไฟฟ้าได้
- ค่าชิ้นส่วนผิดในจุดที่วัดแยกได้
ข้อดีของ ICT
- วัดพารามิเตอร์ไฟฟ้าจริง
- ช่วยระบุตำแหน่งเสียในส่วนที่เข้าถึงได้
- ทดสอบได้เร็วเมื่อโปรแกรมและ Fixture พร้อม
- เหมาะเมื่อปริมาณผลิตคุ้มกับต้นทุน Fixture
- พบค่าที่ออกนอกเกณฑ์ก่อนทดสอบการทำงาน
ข้อจำกัดของ ICT
- มีต้นทุนพัฒนา Fixture และโปรแกรม (NRE)
- ต้องเข้าถึง Test Point
- ไม่ครอบคลุมพารามิเตอร์หรือฟังก์ชันทั้งหมด
- ปริมาณน้อยอาจไม่คุ้ม ต้องเทียบทางเลือก เช่น Flying Probe
- วงจรขนานอาจรบกวนการวัดชิ้นส่วน
การออกแบบสำหรับ ICT
ทบทวนกับผู้ทำ Fixture ตั้งแต่ออกแบบ PCB:
- จัด Test Point ให้เน็ตสำคัญตามเป้าหมายการตรวจ
- กำหนดขนาดแพดตามหัวเข็ม ความคลาดเคลื่อน และผิวสัมผัส
- กำหนดระยะห่างและพื้นที่หลบตาม Fixture
- ใช้ด้านเดียวเมื่อทำได้ พร้อมจุดรองรับบอร์ด
- ส่งพิกัด Test Point, Netlist และ Revision ที่ตรงกับแบบผลิต
Functional Testing (FCT)
FCT ยืนยันเฉพาะฟังก์ชันและสภาวะในแผนทดสอบ งานการประกอบแบบ Turnkey และ Box Build ควรตกลงขอบเขตระดับบอร์ดและระบบ
แนวทาง FCT
1. การทดสอบการทำงานพื้นฐาน
- การเปิดเครื่องและกระแสที่ใช้
- LED หรือสัญญาณแสดงสถานะ
- I/O พื้นฐาน
- อินเทอร์เฟซการสื่อสาร
2. การทดสอบการทำงานเต็มรูปแบบ
- ฟังก์ชันที่ระบุในข้อกำหนด
- ประสิทธิภาพเทียบเกณฑ์ผ่าน/ไม่ผ่าน
- การสอบเทียบหากจำเป็น
- ขอบเขตแรงดันและโหลดที่อนุมัติให้ทดสอบ
3. การทดสอบระดับระบบ
- บอร์ดในตัวเครื่องสุดท้าย
- อินเทอร์เฟซกับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน
- การทำงานร่วมกันตามสถานการณ์ทดสอบ
การออกแบบ FCT Fixture
Fixture ควรมี:
- แหล่งจ่ายไฟและการป้องกันที่เหมาะสม
- อินเทอร์เฟซการสื่อสาร เช่น USB, UART
- โหลดจำลอง
- สัญญาณกระตุ้น
- จุดวัดและการตรวจความพร้อมของ Fixture
การโปรแกรมระหว่างการทดสอบ
สถานี FCT อาจรวมงานต่อไปนี้ตามที่ตกลง:
- การโปรแกรมเฟิร์มแวร์และตรวจ Revision
- การบันทึกข้อมูลสอบเทียบ
- การกำหนดหมายเลขซีเรียล
- การโปรแกรม MAC Address จากชุดที่ลูกค้าอนุมัติ
- การตั้งค่าคอนฟิกและบันทึกผลผูกกับบอร์ด
การทดสอบ Burn-In
Burn-in ใช้งานบอร์ดตามสภาวะและเวลาที่กำหนด เพื่อคัดกรองความเสียหายช่วงเริ่มต้นบางประเภท หรือ Infant Mortality ไม่ใช่การยืนยันอายุใช้งาน
สภาวะ Burn-In
กำหนดจากข้อจำกัดชิ้นส่วนและแผนที่ประเมินแล้ว:
- อุณหภูมิและตำแหน่งวัด
- แรงดัน โหลด และขอบเขตที่อนุญาต
- ระยะเวลาและเงื่อนไขยุติการทดสอบ
- โหมดทำงาน การติดตาม และเกณฑ์ผ่าน
การใช้อุณหภูมิหรือแรงดันที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ชิ้นงานดีเสียหาย
เมื่อไหร่ต้องใช้ Burn-In
พิจารณาเมื่อความเสี่ยงหรือข้อกำหนดลูกค้ารองรับ เช่น:
- งานที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
- อุปกรณ์ทางการแพทย์
- ระบบความปลอดภัยยานยนต์
- โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ไม่ใช่ทุกบอร์ดในอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องทำ Burn-in
HALT vs HASS
HALT (Highly Accelerated Life Test):
- ใช้ค้นหาจุดอ่อนของการออกแบบกับตัวอย่าง
- สำรวจขอบเขตการทำงานและความเสียหาย
- อาจใช้สภาวะเกินขอบเขตใช้งานปกติ
- ไม่ใช่การคำนวณอายุใช้งานโดยตรง
HASS (Highly Accelerated Stress Screening):
- ใช้คัดกรองข้อบกพร่องในการผลิต
- พัฒนาโปรไฟล์จากความเข้าใจขีดจำกัดผลิตภัณฑ์
- ต้องยืนยันว่าไม่ทำลายหรือลดอายุชิ้นงานดีเกินเกณฑ์ยอมรับ
- กำหนดขอบเขตตามแผน ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกหน่วยเสมอไป
การสร้างกลยุทธ์การทดสอบ
เลือกตามความเสี่ยงและหลักฐานส่งมอบ
ความต้องการของผลิตภัณฑ์
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อการทดสอบ |
|---|---|
| ปริมาณ | เปรียบเทียบ ICT กับ Flying Probe รวมต้นทุนพัฒนา |
| ความซับซ้อน | ประเมินจุดซ่อนเร้นและการเข้าถึงทางไฟฟ้า |
| ความต้องการความน่าเชื่อถือ | พิจารณา X-ray หรือ Burn-in ตามความเสี่ยง |
| ความไวต่อต้นทุน | เทียบความครอบคลุม เวลา และต้นทุนงานหลุดตรวจ |
การวิเคราะห์การครอบคลุมข้อบกพร่อง
จัดทำตารางข้อบกพร่องเทียบวิธีตรวจ:
- ระบุข้อบกพร่องที่เป็นไปได้และผลกระทบ
- ระบุวิธีตรวจ เงื่อนไข และหลักฐานการตรวจพบ
- ตรวจส่วนที่ซ้ำกัน โดยไม่บวกอัตราตรวจพบของแต่ละวิธีตรง ๆ
- ระบุช่องว่างและวิธีจัดการความเสี่ยง
ความครอบคลุมต้องมีข้อมูลยืนยัน
ตัวอย่างกลยุทธ์ตามแอพพลิเคชัน
ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ต้องปรับตามแบบและสัญญา
อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค:
- SPI → AOI → X-ray ตามจุดเสี่ยงและแผนสุ่ม → FCT
- เน้นความคุ้มค่าและการตรวจฟังก์ชันสำคัญ
- SPI → AOI → X-ray/ICT ตามความเสี่ยง → FCT; เพิ่ม Burn-in ตามข้อกำหนด
- เน้นเกณฑ์ตรวจรับและบันทึก (ดูMedical Cable Assembly)
- SPI → AOI → X-ray/ICT ตามความเสี่ยง → FCT; ทดสอบสภาพแวดล้อมตามแผน
- เน้นป้องกันข้อบกพร่องและตามสอบย้อนกลับ (ดูAutomotive Wire Harness)
แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการควบคุมคุณภาพ
Statistical Process Control (SPC)
ติดตามพารามิเตอร์และผลกระบวนการ เช่น:
- แนวโน้มปริมาตรครีมบัดกรี
- ข้อบกพร่อง AOI ที่ตรวจยืนยันแล้ว แยกจาก False Call
- Yield ผ่านครั้งแรก
- ข้อบกพร่องต่อล้านโอกาส (DPMO) โดยใช้นิยามโอกาสเดียวกัน
Control Charts ช่วยชี้สัญญาณความผิดปกติ แต่ขีดควบคุมกระบวนการไม่ใช่เกณฑ์ตรวจรับผลิตภัณฑ์
Root Cause Analysis
เมื่อเกิดข้อบกพร่อง:
- กักกันผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ
- ยืนยันอาการและกลไกข้อบกพร่อง
- หาสาเหตุรากด้วยหลักฐาน
- ดำเนินการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
- ตรวจสอบประสิทธิผล
ใช้วิธี 8D, 5-Why หรือ Fishbone Analysis ตามความเหมาะสม
การติดตาม
เก็บบันทึกที่เชื่อมโยงกันตามขอบเขตที่ตกลง:
- หมายเลขซีเรียลบอร์ดหรือ Lot
- รหัสล็อตชิ้นส่วน
- พารามิเตอร์กระบวนการ
- ผลทดสอบ รวมประวัติแก้ไขและทดสอบซ้ำ
- ผู้ปฏิบัติงานและ Revision ของโปรแกรมทดสอบ
ตกลงระยะเวลาเก็บและวิธีเรียกดู เพื่อกำหนดขอบเขตเมื่อพบปัญหา
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ใช้ข้อมูลผลิตและใช้งานเพื่อ:
- ทบทวนกระบวนการเป็นประจำ
- นำข้อร้องเรียนมาวิเคราะห์สาเหตุ
- ปรับปรุง Yield โดยยังคงเกณฑ์ตรวจรับ
- ปรับปรุงเครื่องมือหรือโปรแกรมพร้อมควบคุมการเปลี่ยนแปลง
มาตรฐานอุตสาหกรรม
แยกเกณฑ์ตรวจรับชิ้นงานจากระบบบริหารคุณภาพ (ข้อมูลทั่วไปที่ IPC):
IPC-A-610: เกณฑ์การยอมรับงานประกอบอิเล็กทรอนิกส์ โดยทั่วไปแบ่งตามความต้องการใช้งาน:
- Class 1: ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
- Class 2: ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการทำงานต่อเนื่องและอายุบริการยาวนาน
- Class 3: ผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงที่ความพร้อมทำงานมีความสำคัญมาก
ตกลง Class และ Revision ตามการใช้งาน ไม่เลือกจากชื่ออุตสาหกรรมเท่านั้น
IPC J-STD-001: ข้อกำหนดวัสดุ กระบวนการ และการยอมรับงานบัดกรี ระบุฉบับที่ใช้
ISO 9001: ระบบบริหารคุณภาพทั่วไป
ISO 13485: ระบบบริหารคุณภาพสำหรับอุปกรณ์การแพทย์
IATF 16949: ข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
ตารางเปรียบเทียบมาตรฐาน
| มาตรฐาน | ขอบเขต | การเลือกใช้ |
|---|---|---|
| IPC-A-610 Class 1 | เกณฑ์ยอมรับสำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไป | ตาม Class และ Revision ในสัญญา |
| IPC-A-610 Class 2 | เกณฑ์ยอมรับสำหรับงานที่ต้องการบริการต่อเนื่อง | ตามความต้องการผลิตภัณฑ์ |
| IPC-A-610 Class 3 | เกณฑ์ยอมรับงานสมรรถนะสูง | ตามความสำคัญของการทำงาน |
| ISO 13485 | ระบบบริหารคุณภาพอุปกรณ์การแพทย์ | ตรวจขอบข่ายและสถานที่ในใบรับรอง |
| IATF 16949 | ระบบบริหารคุณภาพยานยนต์ | ตรวจขอบข่ายใบรับรองและข้อกำหนดลูกค้า |
ใบรับรองระบบไม่ทดแทนเกณฑ์และบันทึกตรวจรับบอร์ด
ข้อมูลที่ต้องระบุเมื่อขอใบเสนอราคา (RFQ)
- Gerber, BOM, Pick&Place และแบบประกอบที่มี Revision ตรงกัน
- IPC-A-610 Class และ Revision รวมข้อกำหนดตรวจรับเพิ่มเติม
- แผน SPI/AOI/X-ray/ICT/FCT ตามความเสี่ยง จุดสำคัญ ตรวจทุกชิ้นหรือสุ่ม และ Burn-in หากต้องการ
- ผังวงจร Netlist พิกัด Test Point ข้อกำหนด Fixture และผู้จัดทำ
- เกณฑ์ FCT ผ่าน/ไม่ผ่าน เฟิร์มแวร์ โปรแกรมทดสอบและอุปกรณ์ที่ลูกค้าเตรียม
- Traceability ระดับ Lot/ซีเรียล ข้อมูลที่ต้องเก็บ และระยะเวลาเก็บ
- ข้อกำหนด First Article รายการตรวจ และเงื่อนไขอนุมัติผลิตต่อ
- รูปแบบรายงาน ผลวัด/ภาพ และวิธีกักกัน แก้ไข อนุมัติ และทดสอบซ้ำงานไม่ผ่าน
- จำนวนต่อ Lot ปริมาณรวม และแผนส่งมอบ
สรุป
ใช้วิธีตรวจเสริมกันตามความเสี่ยง กำหนดเกณฑ์ชัดเจน และนำผลไปปรับปรุงกระบวนการ เพื่อลดงานเสียและงานซ่อม
WellPCB Thailand ไม่มีโรงงานในไทย สั่งผลิตที่โรงงานพันธมิตรในจีน/ฟิลิปปินส์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (ISO 9001, ISO 13485, IATF 16949) โดยยืนยันขอบข่ายใบรับรอง บริการทดสอบและบูรณาการ และเอกสารส่งมอบกับโรงงานที่รับงานก่อนเสนอราคา
ส่งข้อมูลตามหัวข้อ RFQ เพื่อยืนยันแผนตรวจ เกณฑ์ยอมรับ และค่าใช้จ่ายกับโรงงานพันธมิตร ขอใบเสนอราคา →
บทความที่เกี่ยวข้อง
- คู่มือ Turnkey PCB Assembly
- เปรียบเทียบ SMT vs THT Assembly
- แนวทางการออกแบบ PCB สำหรับการผลิต
- คู่มือเทคโนโลยี HDI PCB
เอกสารอ้างอิง
- IPC - Association Connecting Electronics Industries: IPC public reference
- IEEE - Institute of Electrical and Electronics Engineers: www.ieee.org
- American Society for Quality (ASQ): asq.org
- SMTA - Surface Mount Technology Association: www.smta.org
- ISO 9001 Quality Management: ISO 9000 public reference
- ISO 13485 Medical Devices: ISO 9000 public reference
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มาตรฐานตรวจรับ PCBA อ้างอิงอะไร?
โดยทั่วไปใช้ IPC-A-610 Class/Revision ตามสัญญา ร่วมกับแบบและข้อกำหนดลูกค้า ส่วน J-STD-001 ใช้กับงานบัดกรี ไม่เลือก Class จากชื่ออุตสาหกรรมเท่านั้น
IQC, IPQC และ OQC คืออะไร?
IQC ตรวจวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนขาเข้า; IPQC ควบคุมระหว่างผลิต เช่น ตรวจตั้งงานและติดตามกระบวนการ; OQC ตรวจก่อนส่งมอบ ต้องกำหนดรายการตรวจ เกณฑ์ และบันทึกของแต่ละด่าน
Sampling plan (AQL) ทำงานอย่างไร?
AQL ใช้เลือกแผนสุ่มตาม ISO 2859-1 หรือ ANSI/ASQ Z1.4 ไม่ใช่ IPC-A-610 ตกลงฉบับมาตรฐาน ขนาด Lot ระดับตรวจ AQL ตามประเภทข้อบกพร่อง และกฎเปลี่ยนแผนในสัญญา ใช้ตารางหาจำนวนตัวอย่างและเกณฑ์รับ/ปฏิเสธ AQL ไม่รับประกันสัดส่วนของเสียใน Lot ที่ผ่าน; งานเสี่ยงสูงอาจต้องใช้มาตรการอื่นร่วม
Traceability สำคัญอย่างไร?
การเชื่อม Lot ชิ้นส่วน วันผลิต และผลทดสอบช่วยจำกัดขอบเขตเมื่อพบปัญหา กำหนดระดับตามสอบ ข้อมูล ระยะเวลาเก็บ และวิธีเรียกดูตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์
First Article Inspection คืออะไร?
FAI ตรวจชิ้นงานตัวแทนจากการตั้งผลิตครั้งแรกเทียบแบบก่อนอนุมัติผลิตต่อ ตกลงเหตุที่ต้องตรวจซ้ำ เช่น เปลี่ยนแบบ วัสดุ หรือกระบวนการ ไม่จำเป็นต้องทำทุก Lot และไม่แทนการตรวจประจำ
มี AOI และ X-ray แล้ว ยังต้องทำ FCT หรือไม่?
ควรทำเมื่อต้องยืนยันการทำงาน ภาพตรวจไม่พิสูจน์เฟิร์มแวร์ การสื่อสาร หรือพฤติกรรมภายใต้โหลด จึงต้องระบุขอบเขต FCT ใน RFQ
บอร์ดไม่มี Test Point จะทดสอบ ICT ได้หรือไม่?
ต้องทบทวนจุดเข้าถึง อาจใช้แพดหรือขาที่เหมาะกับหัวเข็ม หรือพิจารณา Flying Probe/FCT แต่ความครอบคลุมไม่เหมือนกัน
ควรขอหลักฐานอะไรเมื่อบอร์ดไม่ผ่านและมีการแก้ไข?
ขออาการเสีย ผลวัดเดิม Lot/ซีเรียล รายการแก้ไข ผู้อนุมัติ และผลทดสอบซ้ำ เก็บประวัติเพื่อแยกงานผ่านครั้งแรกจากงานผ่านหลังแก้ไข


