PCB Trace ควรกว้างเท่าไรสำหรับกระแสที่ต้องการ (คำตอบสั้น)
ถ้าต้องการให้ลายทองแดงรับกระแส 3 A โดยใช้ทองแดง 1 oz บน External Layer และยอมให้อุณหภูมิเพิ่ม ΔT 10°C สูตรประมาณจากกราฟ IPC-2221 ให้ Trace Width ประมาณ 54 mil (1.37 mm) ส่วน Internal Layer ต้องใช้ประมาณ 141 mil (3.58 mm) ภายใต้สมมติฐานเดียวกัน สูตรที่ใช้คือ I = k × ΔT^0.44 × A^0.725 ซึ่งคำนวณกระแสจากพื้นที่หน้าตัดทองแดงและอุณหภูมิที่ยอมให้เพิ่มขึ้น ตารางด้านล่างช่วยเลือกความกว้างตั้งต้นที่ ΔT 10°C ก่อนตรวจข้อจำกัดการผลิต แรงดันตกคร่อม และเผื่อความคลาดเคลื่อนของงานจริง ค่าที่ได้เป็นผลคำนวณตามแบบจำลอง ไม่ใช่การรับรองว่าบอร์ดทุกแบบจะรับกระแสได้ตามตารางโดยไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
| กระแสที่ต้องการ | 1 oz ชั้นนอก | 1 oz ชั้นใน | 2 oz ชั้นนอก | 2 oz ชั้นใน |
|---|---|---|---|---|
| 0.5 A | 5 mil (0.12 mm) | 12 mil (0.30 mm) | 2 mil (0.06 mm) | 6 mil (0.15 mm) |
| 1 A | 12 mil (0.30 mm) | 31 mil (0.79 mm) | 6 mil (0.15 mm) | 15 mil (0.39 mm) |
| 2 A | 31 mil (0.79 mm) | 80 mil (2.04 mm) | 15 mil (0.39 mm) | 40 mil (1.02 mm) |
| 3 A | 54 mil (1.37 mm) | 141 mil (3.58 mm) | 27 mil (0.69 mm) | 70 mil (1.79 mm) |
| 5 A | 110 mil (2.78 mm) | 285 mil (7.24 mm) | 55 mil (1.39 mm) | 142 mil (3.62 mm) |
| 10 A | 285 mil (7.24 mm) | 741 mil (18.82 mm) | 142 mil (3.62 mm) | 371 mil (9.41 mm) |
สมมติฐานในการใช้ตาราง
- ใช้กระแสตรงคงที่ หรือ Steady DC
- พิจารณา Trace เดี่ยวที่แยกจากลายอื่น โดยไม่รวมผลช่วยระบายความร้อนของ Copper Plane และ Thermal Via; IPC-2152 ใช้พิจารณาผลของโครงสร้างเหล่านี้ได้
- ΔT คืออุณหภูมิที่เพิ่มจากอุณหภูมิแวดล้อม สูตรไม่ได้รวมค่า Ambient Temperature
- ใช้ความหนาทองแดงตามสมมติฐาน 1.37 mil ต่อ oz; ความหนาที่ผลิตเสร็จอาจต่างออกไป
- Finished Copper ของชั้นนอกมีส่วนของทองแดงชุบรวมอยู่ด้วย จึงต้องถามโรงงานว่าค่าที่ระบุหมายถึงทองแดงก่อนหรือหลังชุบ
- สูตรเป็น Curve Fit ของกราฟ IPC-2221 ซึ่งครอบคลุมช่วงจำกัด ค่าที่เล็กหรือใหญ่มากเป็นการประมาณ ต้องตรวจเทียบกับเครื่องมือและข้อจำกัดของโรงงาน
ตัวเลขความกว้างในตารางมีการปัดเศษ จึงอาจเห็นค่า mil และ mm ที่ดูเหมือนแปลงกลับแล้วไม่ตรงกันพอดี ให้ใช้ผลคำนวณก่อนปัดเศษในการกำหนดแบบ และอย่าใช้แถวที่ได้ลายเล็กมากเป็นหลักฐานว่าโรงงานผลิตขนาดนั้นได้
สูตร IPC-2221 และตัวอย่างคำนวณ (ตรวจซ้ำได้)
สูตรและความหมายของตัวแปร
สูตรที่ใช้กันแพร่หลายในการประมาณ Current Capacity จากกราฟ IPC-2221 คือ
I = k × ΔT^0.44 × A^0.725
เมื่อต้องการหาความกว้างจากกระแสที่ทราบ ให้จัดรูปเป็น
A = [I / (k × ΔT^0.44)]^(1/0.725)
Trace Width = A / t
- I คือกระแส หน่วย A
- k คือค่าคงที่ 0.048 สำหรับ External Layer และ 0.024 สำหรับ Internal Layer
- ΔT คือ Temperature Rise เหนืออุณหภูมิแวดล้อม หน่วย °C
- A คือพื้นที่หน้าตัดทองแดง หน่วย mil²
- t คือความหนาทองแดง หน่วย mil; เมื่อหารพื้นที่ด้วยความหนา จะได้ Trace Width เป็น mil
ค่าคงที่ k = 0.048/0.024 และเลขชี้กำลัง 0.44/0.725 เป็นค่าของสมการ Curve Fit ที่เผยแพร่และใช้อ้างอิงกันอย่างแพร่หลาย สูตรนี้เป็นการประมาณกราฟ IPC-2221 ไม่ใช่ข้อความที่ยกมาจากมาตรฐาน และกราฟมีขอบเขตการใช้งานจำกัด การลากสูตรต่อไปถึงความกว้างหรือกระแสที่สูงหรือต่ำมากจึงให้เพียงค่าประเมิน
ตัวเลขคำนวณในบทความนี้คำนวณซ้ำด้วยสคริปต์ Python ภายใน วันที่ 2026-10-15 จากสูตรและค่าคงที่ข้างต้น โดยปัดเศษเพื่อให้อ่านตารางได้สะดวก การคำนวณซ้ำช่วยตรวจความสอดคล้องทางคณิตศาสตร์ แต่ไม่ได้แทนผลทดสอบความร้อนของบอร์ดจริง
เริ่มจากข้อมูลของ Net แล้วค่อยเลือกความกว้าง
เริ่มจากหากระแสที่ Net ต้องรับ ระบุว่าอยู่บน External/Internal Layer และตรวจ Copper Weight ของชั้นนั้น จากนั้นเลือก ΔT ตามงบความร้อนของอุปกรณ์ คำนวณพื้นที่หน้าตัดด้วยสูตรย้อนกลับ แล้วหารด้วยความหนาทองแดง ขั้นตอนสุดท้ายคือเทียบผลกับ Minimum Trace/Space ของโรงงานและตรวจจุดคอดตลอดเส้นทาง
อย่าใส่หน่วย mm ลงในช่องที่สูตรต้องการ mil โดยตรง และอย่าใช้ชื่อ Copper Weight แทนความหนาโดยไม่แปลงหน่วยก่อน หากใช้เครื่องคิดเลขออนไลน์ ควรตรวจว่าค่าที่ป้อนเป็นความหนา น้ำหนักทองแดง หรือพื้นที่หน้าตัด เพราะชื่อช่องที่คล้ายกันอาจหมายถึงข้อมูลคนละชนิด
ตัวอย่าง: 3 A, 1 oz, External Layer, ΔT 10°C
ใช้ความหนาทองแดง 1.37 mil แล้วคำนวณตามลำดับดังนี้
- ΔT^0.44 = 10^0.44 ≈ 2.754
- k × ΔT^0.44 = 0.048 × 2.754 ≈ 0.1322
- I / (k × ΔT^0.44) = 3 / 0.1322 ≈ 22.69
- เลขชี้กำลังย้อนกลับคือ 1/0.725 ≈ 1.379
- A ≈ 22.69^1.379 ≈ 74.2 mil²
- Trace Width ≈ 74.2 / 1.37 ≈ 54.1 mil (1.37 mm)
ค่าระหว่างทางแสดงแบบปัดเศษ แต่การตรวจผลควรใช้ความละเอียดเต็มของสูตร เมื่อนำ 54.1 mil กลับไปคำนวณสำหรับทองแดง 1 oz บน External Layer ที่ ΔT 10°C จะได้กระแสประมาณ 3.00 A สอดคล้องกับเงื่อนไขตั้งต้น
เผื่อ Safety Margin อย่างไร
หากเลือกเผื่อความกว้าง 20-50% จากตัวอย่างนี้ จะได้ 54.1 × 1.2 ≈ 65 mil ถึง 54.1 × 1.5 ≈ 81 mil หรือประมาณ 1.65-2.06 mm ช่วงนี้เป็นแนวทางเผื่อในการออกแบบ ไม่ใช่ข้อบังคับของ IPC และไม่ได้หมายความว่าความสามารถรับกระแสจะเพิ่มเป็นสัดส่วนเดียวกับความกว้าง
เลือกค่าเผื่อโดยดูข้อมูลการผลิต จุดคอด อุณหภูมิภายในกล่อง และความไม่แน่นอนของโหลดร่วมกัน หากข้อจำกัดหลักคือ Voltage Drop การเพิ่มความกว้างตามค่าเผื่ออย่างเดียวอาจยังไม่พอ ต้องคำนวณความต้านทานตามความยาวจริงด้วย
IPC-2221 vs IPC-2152
IPC-2221 เหมาะกับการตั้งต้นคำนวณอย่างรวดเร็วด้วย Curve Fit ที่เรียบง่าย ส่วน IPC-2152 ช่วยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตัวนำกับโครงสร้างบอร์ดได้มากขึ้น การเลือกใช้จึงควรดูว่ารายละเอียดของบอร์ดมีผลต่อความร้อนมากเพียงใด ไม่ควรตัดสินจากผลลัพธ์ความกว้างที่เล็กกว่าเพียงอย่างเดียว
| ประเด็น | IPC-2221 | IPC-2152 |
|---|---|---|
| ปีเผยแพร่ที่ใช้อ้างอิง | 1998; แก้ไข 2003 | 2009 |
| วิธีใช้งานในบทความนี้ | Curve Fit อย่างง่ายจากกระแส พื้นที่หน้าตัด และ ΔT | แนวทางพิจารณา Current Capacity ร่วมกับสภาพแวดล้อมของตัวนำ |
| ความหนาบอร์ด | สูตรอย่างง่ายไม่ได้ใส่เป็นตัวแปร | พิจารณาผลของความหนาบอร์ด |
| Copper Plane | สูตรอย่างง่ายไม่ได้รวมผลของ Plane | พิจารณาผลของ Plane ต่อการระบายความร้อน |
| ระยะใกล้เคียงกับตัวนำและโครงสร้างอื่น | ไม่ได้แสดงรายละเอียดในสูตรอย่างง่าย | พิจารณา Proximity และสภาพแวดล้อมใกล้ Trace |
| การนำไปใช้ | ประเมินขนาดเบื้องต้นและตรวจการคำนวณได้สะดวก | ใช้ทบทวนผลเมื่อ Stackup และทางระบายความร้อนมีบทบาทสำคัญ |
อ่านคำอธิบายประกอบได้จาก บทความ Altium เรื่อง IPC-2221 และความร้อนของ Trace สำหรับงานที่มี Plane อยู่ใกล้ลายทองแดง ควรตรวจว่าข้อมูลที่ใช้คำนวณสะท้อน Stackup จริงหรือไม่ ก่อนนำประโยชน์ด้านการระบายความร้อนมาใช้ลดความกว้าง
มาตรฐาน IPC เป็นเอกสารที่ต้องซื้อ และบทความนี้ไม่ได้ยกข้อความจากเอกสารมาตรฐาน หากลูกค้าระบุมาตรฐานหรือฉบับที่ต้องใช้ ให้ยึดเอกสารที่ลูกค้ากำหนดและตรวจข้อกำหนดจากต้นฉบับ
ตาราง Current Capacity vs Trace Width
ตารางนี้แสดงกระแสตามสูตรเดียวกับตัวอย่าง โดยใช้ External Layer และความหนาทองแดงตามสมมติฐานของบทความ เลือกตารางให้ตรงกับ Copper Weight แล้วอ่านคอลัมน์ ΔT ที่ต้องการ ตัวเลขเป็นค่าประเมินทางความร้อนของ Trace ไม่ใช่พิกัดกระแสของ Connector, Pad หรือ Via ที่ต่ออยู่ในเส้นทางเดียวกัน
External Layer — ทองแดง 1 oz
| Trace Width (mil) | Trace Width (mm) | กระแสที่ ΔT 10°C | ΔT 20°C | ΔT 30°C |
|---|---|---|---|---|
| 5 | 0.13 | 0.53A | 0.72A | 0.87A |
| 10 | 0.25 | 0.88A | 1.20A | 1.43A |
| 15 | 0.38 | 1.18A | 1.61A | 1.92A |
| 20 | 0.51 | 1.46A | 1.98A | 2.36A |
| 30 | 0.76 | 1.96A | 2.65A | 3.17A |
| 50 | 1.27 | 2.83A | 3.84A | 4.59A |
| 80 | 2.03 | 3.98A | 5.40A | 6.46A |
| 100 | 2.54 | 4.68A | 6.35A | 7.59A |
| 150 | 3.81 | 6.28A | 8.52A | 10.19A |
| 200 | 5.08 | 7.74A | 10.50A | 12.55A |
| 300 | 7.62 | 10.38A | 14.08A | 16.83A |
| 500 | 12.70 | 15.04A | 20.40A | 24.38A |
External Layer — ทองแดง 2 oz
| Trace Width (mil) | Trace Width (mm) | กระแสที่ ΔT 10°C | ΔT 20°C | ΔT 30°C |
|---|---|---|---|---|
| 10 | 0.25 | 1.46A | 1.98A | 2.36A |
| 20 | 0.51 | 2.41A | 3.27A | 3.91A |
| 30 | 0.76 | 3.23A | 4.39A | 5.24A |
| 50 | 1.27 | 4.68A | 6.35A | 7.59A |
| 80 | 2.03 | 6.58A | 8.93A | 10.67A |
| 100 | 2.54 | 7.74A | 10.50A | 12.55A |
| 150 | 3.81 | 10.38A | 14.08A | 16.83A |
| 200 | 5.08 | 12.79A | 17.35A | 20.74A |
ที่ ΔT เท่ากัน ทองแดง 2 oz ความกว้าง w ให้ผลเท่ากับทองแดง 1 oz ความกว้าง 2w เพราะสูตรขึ้นกับพื้นที่หน้าตัด เช่น 2 oz ที่ 50 mil และ 1 oz ที่ 100 mil ให้ 4.68 A ที่ ΔT 10°C เท่ากัน
การยอมให้ ΔT สูงขึ้นทำให้ค่ากระแสในตารางเพิ่มขึ้น แต่หมายถึงยอมให้ Trace ร้อนขึ้นด้วย ไม่ใช่การเพิ่มกระแสโดยไม่มีผลต่อบอร์ด ส่วนแถวความกว้างมากควรใช้เป็นข้อมูลประมาณเพื่อเปรียบเทียบทางเลือก แล้วประเมิน Copper Pour หรือ Heavy Copper ร่วมด้วย
External Layer vs Internal Layer
ตำแหน่งของลายทองแดงมีผลต่อทางเดินความร้อน External Layer อยู่ที่ผิวบอร์ด ส่วน Internal Layer อยู่ภายในวัสดุฉนวน อย่างไรก็ตาม Plane และโครงสร้างรอบ Trace ก็มีผล จึงไม่ควรใช้คำอธิบายเรื่องชั้นนอกหรือชั้นในแทนการพิจารณา Stackup ทั้งหมด
ในสูตรที่ใช้ที่นี่ เมื่อ ความกว้าง ความหนาทองแดง และ ΔT เท่ากัน ความสามารถรับกระแสของ External Layer เป็น 2.0 เท่า ของ Internal Layer ตามอัตราส่วน k = 0.048/0.024 แต่ถ้าต้องการรับ กระแสเท่ากัน ต้องย้อนเลขชี้กำลังของพื้นที่หน้าตัดด้วย จึงได้ความกว้างชั้นในประมาณ 2.0^(1/0.725) ≈ 2.6 เท่า ของชั้นนอก
ตัวอย่างสำหรับ 2 A, 1 oz, ΔT 10°C เป็นดังนี้
| ชั้นของ Trace | ความกว้างที่คำนวณได้ | ค่าโดยประมาณสำหรับอ่านเร็ว |
|---|---|---|
| External Layer | 30.9 mil (0.79 mm) | ประมาณ 31 mil |
| Internal Layer | 80.5 mil (2.04 mm) | ประมาณ 80 mil |
เมื่อต้องย้าย Power Net เข้าไปในบอร์ด อย่าคัดลอกความกว้างเดิมจากชั้นนอกโดยไม่คำนวณใหม่ ควรตรวจด้วยว่าจุดเปลี่ยนชั้นและ Via รองรับกระแสได้เหมาะสมหรือไม่ หากพื้นที่เอื้อ อาจวางเส้นทางกำลังไว้บนชั้นนอก หรือใช้พื้นที่ทองแดงบนชั้นในช่วยกระจายกระแส โดยอ่านเรื่องความหนาและพื้นที่ทองแดงเพิ่มเติมใน คู่มือ Copper Weight & Thickness
ความหนาทองแดง (Copper Weight)
เมื่อความกว้างเท่าเดิม ทองแดงที่หนาขึ้นให้พื้นที่หน้าตัดมากขึ้น จึงรับกระแสได้มากขึ้นตามสูตร แต่การเพิ่ม Copper Weight ไม่ได้เพิ่ม Current Capacity แบบเส้นตรง ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบที่ความกว้าง ชั้น และ ΔT เดียวกัน โดยใช้ทองแดง 1 oz เป็นฐาน
| Copper Weight | ความหนาตามสมมติฐาน (mil) | Current Capacity เทียบกับ 1 oz |
|---|---|---|
| 0.5 oz | 0.69 | 0.6x |
| 1 oz | 1.37 | 1.0x |
| 2 oz | 2.74 | 1.65x |
| 3 oz | 4.11 | 2.2x |
| 4 oz | 5.48 | 2.7x |
อัตราส่วนเหล่านี้มาจาก Copper Weight^0.725 ภายใต้สมมติฐานว่าความหนาเพิ่มตามน้ำหนักทองแดง ตัวเลขในตารางปัดเศษเพื่อใช้เปรียบเทียบ ไม่ใช่สเปกความหนาที่โรงงานต้องผลิตได้พอดีทุกตำแหน่ง
เมื่อไรควรพิจารณาเพิ่ม Copper Weight
- กระแสสูงแต่พื้นที่เดินลายจำกัด — พิจารณาทองแดง 2-3 oz ควบคู่กับการเพิ่ม Trace Width แล้วตรวจข้อจำกัด Trace/Space ของทองแดงที่เลือก
- Power Supply Board — ช่วง 2-4 oz เป็นทางเลือกให้ประเมินสำหรับ DC-DC Converter และ LED Driver โดยตัดสินจากโหลดและความร้อนจริง
- Automotive PCB — พิจารณาช่วง 2-3 oz สำหรับเส้นทางกำลังใน BMS โดยไม่ถือว่าน้ำหนักทองแดงอย่างเดียวเพียงพอสำหรับข้อกำหนดของงาน
- Heavy Copper PCB — หากต้องใช้ทองแดง 4 oz หรือมากกว่า ควรทบทวนโครงสร้างและกระบวนการผลิตร่วมกับโรงงาน ดูแนวทางใน การใช้ Heavy Copper กับ Power Electronics
ค่าความหนา 1.37 mil ต่อ oz เป็นสมมติฐานในการออกแบบของบทความ โดยทองแดง 1 oz ใช้ความหนาประมาณ 0.0348 mm ในการคำนวณ สำหรับชั้นนอก Finished Copper รวมทองแดงจากการชุบด้วย จึงควรขอ Finished-Copper Specification ของแต่ละชั้น แทนการตีความจากคำว่า Copper Weight เพียงคำเดียว
เวลาเปรียบเทียบใบเสนอราคา ให้ดูว่าทุกแห่งตอบบนฐานเดียวกันหรือไม่ ใบเสนอราคาที่ระบุ Base Copper กับใบเสนอราคาที่ระบุ Finished Copper อาจหมายถึงคนละเงื่อนไข แม้ใช้ชื่อ Copper Weight เหมือนกัน รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ใน คู่มือความหนาทองแดง PCB
Temperature Rise เลือกกี่องศา
Temperature Rise หรือ ΔT คืออุณหภูมิที่ Trace เพิ่มขึ้นจากอุณหภูมิแวดล้อม ไม่ใช่อุณหภูมิสูงสุดของทองแดงทั้งหมด หากบอร์ดอยู่ในกล่องที่ร้อน หรืออยู่ใกล้ชิ้นส่วนกำลัง ความร้อนตั้งต้นนั้นต้องนำมาพิจารณาแยกจากค่า ΔT ในสูตรด้วย
ตารางนี้เป็น แนวปฏิบัติทั่วไปสำหรับตั้งต้นออกแบบ ไม่ใช่ข้อกำหนดของ IPC และไม่ใช่การรับรองความเหมาะสมตามประเภทผลิตภัณฑ์ ต้องเลือกให้สอดคล้องกับวัสดุ ชิ้นส่วน อายุใช้งาน และข้อกำหนดของลูกค้า
| ΔT ที่ใช้ตั้งต้น | แนวทางออกแบบ | ข้อพิจารณา |
|---|---|---|
| 5°C | เผื่อความร้อนมาก | ใช้พิจารณางานที่ต้องจำกัดความร้อนอย่างเข้มงวด เช่น อุปกรณ์การแพทย์ตามข้อกำหนดของงาน |
| 10°C | ค่าเริ่มต้นที่เผื่อความร้อน | เหมาะสำหรับเริ่มประเมินงานทั่วไป งานอุตสาหกรรม หรือยานยนต์ ก่อนตรวจสภาวะจริง |
| 20°C | ยอมให้อุณหภูมิเพิ่มมากขึ้น | พิจารณาเมื่อต้องจัดสมดุลพื้นที่และต้นทุน โดยยังผ่านงบความร้อนของผลิตภัณฑ์ |
| 30°C | ต้องทบทวนความร้อนรอบคอบ | ใช้ได้ต่อเมื่อเงื่อนไขของงานรองรับ การเป็น Prototype ไม่ได้ทำให้ข้ามการตรวจความร้อนได้ |
ผลที่ควรตรวจเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
- Solder Joint Fatigue — การร้อนและเย็นซ้ำมีส่วนทำให้รอยบัดกรีล้า ต้องดูทั้งระดับอุณหภูมิและลักษณะการใช้งาน
- Delamination — ความร้อนสะสมอาจกระทบการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุ จึงต้องเทียบกับข้อจำกัดของวัสดุจริง
- Component Degradation — ความร้อนมีผลต่อกลไกเสื่อมของชิ้นส่วน คำกล่าวว่าอุณหภูมิเพิ่ม 10°C แล้วอายุลดลงครึ่งหนึ่ง เป็นเพียง Rule of Thumb ที่มักใช้อธิบายแนวคิดแบบ Arrhenius ไม่ใช่กฎสากลสำหรับทุกอุปกรณ์หรือทุกกลไกเสียหาย
- Impedance Change — อุณหภูมิอาจเปลี่ยนคุณสมบัติของโครงสร้างส่งสัญญาณ ควรตรวจผลต่อ Signal Integrity และ Impedance Control หากงานไวต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ถ้ายังไม่มีเกณฑ์เฉพาะ ΔT 10°C ใช้เป็นจุดเริ่มคำนวณได้ จากนั้นค่อยทบทวนกับอุณหภูมิแวดล้อมและข้อกำหนดอุปกรณ์ อย่าเปลี่ยนไปใช้คอลัมน์ ΔT ที่สูงกว่าเพียงเพื่อให้ Trace พอดีกับพื้นที่ โดยยังไม่ได้ตรวจผลต่อส่วนอื่นของบอร์ด
ความคลาดเคลื่อนการ Etch กระทบกระแสอย่างไร
ความกว้างที่วาดในไฟล์กับความกว้างหลังผลิตอาจต่างกันได้ จึงต้องรู้ทั้งวิธีชดเชยลายและค่าคลาดเคลื่อนที่โรงงานใช้ ตัวอย่าง ±20% ต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติสำหรับอธิบายผลทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่สเปกของโรงงานใด และไม่ควรนำไปใส่ในใบสั่งซื้อแทนข้อมูลจากผู้ผลิต
สมมติ Trace ที่ออกแบบไว้ 10 mil เหลือความกว้าง 8 mil โดยความหนาทองแดงคงเดิม ความกว้างลด 20% ทำให้พื้นที่หน้าตัดลด 20% เช่นกัน ความสามารถรับกระแสจึงเปลี่ยนตามเลขชี้กำลังของพื้นที่ ไม่ได้ลดในสัดส่วนเดียวกับความกว้าง
อัตราส่วน Current Capacity = 0.8^0.725 ≈ 0.851
ดังนั้น Current Capacity ลดลงประมาณ 14.9% ตัวอย่าง Trace 10 mil, 1 oz, External Layer, ΔT 10°C ที่คำนวณได้ 0.88 A เมื่อเหลือ 8 mil จะได้ประมาณ 0.88 × 0.851 ≈ 0.75 A
เมื่อรู้ค่าคลาดเคลื่อนแล้ว ควรตรวจเส้นทางที่มีพื้นที่เหลือน้อยเป็นพิเศษ เช่น ทางออกจาก Pad จุดผ่านระหว่างขาอุปกรณ์ และช่วงเชื่อมเข้า Copper Pour การเผื่อความกว้างบนช่วงยาวไม่ได้ชดเชยจุดคอดที่ยังแคบอยู่
Voltage Drop ของ Trace
Trace อาจผ่านเกณฑ์ Temperature Rise แต่ยังมีแรงดันตกคร่อมมากเกินกว่าวงจรปลายทางยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางยาว การตรวจความกว้างสำหรับ Power Net จึงต้องดูทั้งความร้อนและแรงดันที่ถึงโหลด
R = ρL / (w × t)
ในสูตรนี้ R คือความต้านทาน, ρ คือความต้านทานจำเพาะของทองแดง, L คือความยาว, w คือความกว้าง และ t คือความหนา ใช้ ρ = 1.724 × 10⁻⁸ Ω·m ที่ 20°C และแปลงมิติทั้งหมดให้เป็นเมตรก่อนคำนวณ จากนั้นหาแรงดันตกคร่อมด้วย Vdrop = I × R
ความต้านทานตามความยาวสำหรับทองแดง 1 oz ที่ 20°C
ตารางใช้ความหนา 1.37 mil ค่าในวงเล็บเป็นความต้านทานต่อความยาว หน่วย mΩ/mm ส่วนค่าด้านหน้าเป็น mΩ/นิ้ว
| Trace Width | ความต้านทานต่อความยาว: mΩ/นิ้ว (mΩ/mm) |
|---|---|
| 10 mil | 49.5 mΩ/นิ้ว (1.95) |
| 20 mil | 24.8 mΩ/นิ้ว (0.98) |
| 50 mil | 9.9 mΩ/นิ้ว (0.39) |
| 100 mil | 5.0 mΩ/นิ้ว (0.20) |
ตัวอย่าง: 3 A ผ่าน Trace 54.1 mil ยาว 4 นิ้ว
สำหรับทองแดง 1 oz ความกว้าง 54.1 mil ความต้านทานต่อความยาวประมาณ 9.15 mΩ/นิ้ว เมื่อยาว 4 นิ้ว จะได้ R ≈ 36.6 mΩ และแรงดันตกคร่อม 3 × 0.0366 ≈ 110 mV ที่ 20°C
ใช้สัมประสิทธิ์อุณหภูมิของทองแดง 0.00393/°C เมื่อ Trace ร้อนขึ้นอีก 10°C แรงดันตกคร่อมในตัวอย่างจะอยู่ที่ประมาณ 114 mV สำหรับรางไฟ 5 V ค่า 110 mV คิดเป็น 2.2% ซึ่งเป็นเพียงผลหารทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่านของรางไฟนั้น
ตัวอย่างนี้นับเฉพาะ Trace ที่กำหนดไว้ หากทางกลับกระแส จุดต่อ หรือ Connector มีความต้านทานเพิ่ม ก็ต้องรวมในการประเมินแรงดันที่โหลดได้รับด้วย ใช้ Voltage Drop Calculator ช่วยตรวจได้ โดยป้อนความยาวและหน้าตัดของเส้นทางจริง แล้วเทียบผลกับข้อกำหนดแรงดันของอุปกรณ์ปลายทาง
ข้อผิดพลาด 10 ข้อ
1. ใช้ Default Trace Width ของซอฟต์แวร์โดยไม่คำนวณ
ค่าเริ่มต้นในโปรแกรมช่วยให้เริ่มวาดลายได้ แต่ไม่ได้รู้กระแสของ Power Net หรืออุณหภูมิภายในผลิตภัณฑ์ ควรกำหนดกฎความกว้างแยกตาม Net ที่ต้องรับกระแส แล้วตรวจว่ากฎนั้นถูกใช้ครบตลอดเส้นทาง รวมถึงช่วงที่วางลายด้วยมือและช่วงออกจาก Pad
2. ใช้ความกว้างเดียวกันบน External และ Internal Layer
ภายใต้สูตรและสมมติฐานเดียวกัน Internal Layer ต้องกว้างประมาณ 2.6 เท่า เพื่อรับกระแสเท่ากับ External Layer การย้าย Net ลงชั้นในจึงเป็นจุดที่ต้องคำนวณใหม่ ตัวอย่าง 2 A, 1 oz, ΔT 10°C ต้องการประมาณ 31 mil บนชั้นนอกและ 80 mil บนชั้นใน
3. ไม่เผื่อผลของ Etch และเข้าใจพื้นที่หน้าตัดผิด
ในตัวอย่างสมมติที่ความกว้างลด 20% จาก 10 mil เป็น 8 mil และความหนาคงเดิม พื้นที่หน้าตัดลด 20% ส่วน Current Capacity ลดประมาณ 14.9% ตาม 0.8^0.725 = 0.851 อย่าถือว่า ±20% เป็นค่าโรงงานโดยอัตโนมัติ ให้ขอค่าคลาดเคลื่อนจริงก่อนเลือก Safety Margin
4. ทำ Ground Return Path เป็นจุดคอด
กระแสที่ไปถึงโหลดต้องมีทางกลับด้วย หากทางกลับเป็น Trace ที่มีความหนา ชั้น และเงื่อนไขเทียบเท่ากัน ควรให้ความกว้างไม่น้อยกว่าเส้นทางจ่ายไฟ และตรวจจุดเชื่อม Ground ทั้งหมดด้วย หากใช้ Ground Plane ให้ดูรอยแยก ช่องเว้น และทางเชื่อมแคบที่บังคับให้กระแสอ้อมหรือรวมตัวอยู่ในพื้นที่เล็ก
5. กำหนดกระแสต่อ Via โดยไม่ดูโครงสร้าง
Via ไม่ได้มีพิกัดกระแสเดียวที่ใช้ได้กับทุกบอร์ด ตัวอย่างสมมติใช้ Drill 0.30 mm และสมมติทองแดงชุบ 25 µm ซึ่งไม่ใช่สเปกของโรงงานใด จะได้พื้นที่หน้าตัดผนังทองแดงประมาณ π × (0.30 + 0.025) × 0.025 = 0.0255 mm² หรือ 39.6 mil²
พื้นที่นี้เทียบได้กับ Trace ทองแดง 1 oz กว้างประมาณ 28.9 mil หากนำไปแทนในสูตร External Layer จะได้ประมาณ 1.9 A ที่ ΔT 10°C แต่ค่านี้เป็นเพียงผลเทียบพื้นที่หน้าตัด ไม่ใช่พิกัดกระแสที่ยืนยันแล้วของ Via เพราะความยาว Via ขึ้นกับความหนาบอร์ด และความร้อนถ่ายไปยัง Pad กับ Plane ต่างจาก Trace เดี่ยว
ใช้ผลดังกล่าวเป็นจุดเริ่มประเมิน แล้วตรวจขนาดรู ความหนาชุบ และทางระบายความร้อนจริง สำหรับกระแสสูงอาจใช้ Via หลายตัวขนานกัน โดยต้องตรวจการแบ่งกระแสและจุดเชื่อมเข้ากลุ่ม Via ด้วย
6. มองข้าม Thermal Relief บริเวณ Via-in-Pad และจุดต่อ Plane
การต่อกับพื้นที่ทองแดงมากช่วยพาความร้อนออก แต่ก็มีผลต่อการบัดกรี ขณะเดียวกันแขนของ Thermal Relief อาจกลายเป็นทางแคบของกระแส จึงควรเลือกรูปแบบการต่อให้เหมาะกับทั้งไฟฟ้าและกระบวนการประกอบ ไม่กำหนด Thermal Relief เหมือนกันทุกจุดโดยไม่ดูหน้าที่
7. ปล่อยให้ Trace Necking ซ่อนอยู่ในเส้นทาง
ช่วงที่ลายบีบแคบเพื่อออกจากขาอุปกรณ์หรือผ่านช่องระหว่าง Pad อาจเป็นจุดที่ร้อนกว่าส่วนอื่น แม้ Trace หลักจะกว้างพอตามตาราง ควรไล่ตรวจทั้ง Net และพิจารณาความยาวของช่วงแคบ ทางระบายความร้อน และกระแสที่ไหลผ่านจุดนั้น
8. ใช้กระแสเฉลี่ยแทน RMS โดยไม่ดู Duty Cycle
โหลดแบบ Pulse ต้องพิจารณา RMS Current สำหรับผลความร้อน พร้อมดู Duty Cycle และระยะเวลาของ Pulse ด้วย อย่าลดความกว้างเพียงเพราะโหลดไม่ได้เปิดตลอดเวลา หาก Pulse ยาวหรือกระแสยอดสูง ต้องตรวจการตอบสนองทางความร้อนและแรงดันตกคร่อมระหว่าง Pulse เพิ่มเติม
9. ตรวจแต่ Current Capacity แล้วลืม Voltage Drop
เส้นทางที่ยาวอาจส่งแรงดันถึงโหลดไม่พอแม้อุณหภูมิยังอยู่ในเกณฑ์ ใช้ R = ρL/A และ Vdrop = I × R ตรวจตลอดเส้นทางกำลัง รวมทางกลับและจุดต่อที่เกี่ยวข้อง แล้วเทียบกับแรงดันที่อุปกรณ์ต้องได้รับจริง
10. จบการตรวจที่สูตรโดยไม่ทบทวนความร้อนของบอร์ด
สูตรเป็นเครื่องมือประมาณตั้งต้น สำหรับงานที่ผลของความร้อนมีความสำคัญ ควรใช้ Thermal Simulation และตรวจวัดต้นแบบภายใต้โหลดกับสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับการใช้งาน เปรียบเทียบผลกับ ΔT เป้าหมาย และตรวจว่าจุดร้อนเกิดที่ Trace, Pad, Via หรือชิ้นส่วนใกล้เคียงก่อนแก้แบบ
Signal vs Power Trace
Signal Trace: เริ่มจาก Impedance และ Stackup
Signal Trace ที่ต้องควบคุม Impedance ไม่ควรเลือกความกว้างจากชื่อสัญญาณเพียงอย่างเดียว ความกว้างต้องสัมพันธ์กับ Stackup โดยเฉพาะความหนา Dielectric, ค่า εr, ความหนาทองแดง ตำแหน่ง Reference Plane และระยะห่างของคู่สัญญาณ การใช้ความกว้างจากบอร์ดเดิมกับบอร์ดใหม่จึงอาจให้ Impedance ต่างกัน แม้เป็นสัญญาณชนิดเดียวกัน
ควรตกลง Stackup กับโรงงานก่อนสรุปความกว้าง และตรวจใหม่หากเปลี่ยนวัสดุหรือโครงสร้างชั้น สำหรับ Microstrip โดยทั่วไป เมื่อปัจจัยอื่นคงเดิม Trace ที่กว้างขึ้นจะมี Characteristic Impedance ลดลง จึงไม่ควรเพิ่มความกว้างบน Controlled-Impedance Net เพื่อเผื่อกระแสโดยไม่ประเมินผลต่อสัญญาณ ดูแนวทางใน คู่มือ PCB Impedance Control
Power Trace: ตรวจทั้งกระแส ความร้อน และแรงดันตกคร่อม
ตารางนี้เป็น ตัวอย่างโหลด สำหรับทองแดง 1 oz บน External Layer ที่ ΔT 10°C ไม่ใช่พิกัดมาตรฐานของวงจรหรืออินเทอร์เฟซแต่ละชนิด แรงดันที่ระบุช่วยบอกบริบทของโหลด ส่วนความกว้างในตารางคำนวณจากกระแสและสมมติฐานทางความร้อน
| ตัวอย่างโหลด | กระแสของตัวอย่าง | Trace Width จากสูตร |
|---|---|---|
| 3.3V MCU core | 0.1-0.5 A | ไม่เกิน ~5 mil (ความกว้างเล็กสุดถูกกำหนดด้วยข้อจำกัดการผลิต) |
| 5V USB VBUS | 0.5-2 A | 5-31 mil (0.12-0.79 mm) |
| 12V LED driver | 1-3 A | 12-54 mil (0.30-1.37 mm) |
| 24V motor driver | 3-10 A | 54-285 mil (1.37-7.24 mm) |
| 48V PoE (ตัวอย่างโหลด) | 1-2 A | 12-31 mil (0.30-0.79 mm) |
| DC-DC converter input | 5-20 A | 110-741 mil (2.78-18.82 mm) |
สำหรับแถว 3.3V MCU core กระแสต่ำทำให้สูตรให้ความกว้างน้อยมาก ความกว้างที่ใช้จริงจึงถูกกำหนดด้วยข้อจำกัดการผลิตและการตรวจรับ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยกระแส
สำหรับ DC-DC converter input เมื่อผลคำนวณกว้างเกินไม่กี่ร้อย mil ควรหันไปประเมิน Copper Pour หรือ Heavy Copper แทนการขยายผลจากสูตรต่อไปเรื่อยๆ โดยถือว่าแม่นยำเหมือนเดิม ตรวจจุดคอดบริเวณขาอุปกรณ์และ Connector ด้วย เพราะพื้นที่ทองแดงกว้างไม่ได้ช่วยหากกระแสทั้งหมดต้องผ่านทางเชื่อมที่แคบ
การเลือกระหว่างเพิ่มความกว้าง เพิ่ม Copper Weight หรือใช้พื้นที่ทองแดงควรดูพื้นที่บอร์ด ความยาวทางเดิน และข้อจำกัดการผลิตพร้อมกัน อ่านแนวทางโครงสร้างเพิ่มเติมใน การใช้งาน Heavy Copper PCB
สิ่งที่ควรระบุกับโรงงานเมื่อขอใบเสนอราคา
ใบเสนอราคาจะเปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้นเมื่อกำหนดฐานทางเทคนิคให้ตรงกัน ก่อนส่งไฟล์ผลิต ควรแยกให้ชัดว่าข้อใดเป็นข้อกำหนดที่ต้องได้ และข้อใดเปิดให้โรงงานเสนอทางเลือก โดยไม่ปล่อยให้ชื่อ Copper Weight หรือคำว่า High Current เป็นข้อมูลทั้งหมดของงาน
- Base Copper และ Finished Copper รายชั้น — ระบุว่าความหนาที่ต้องการอยู่ก่อนหรือหลังชุบ และขอให้โรงงานยืนยันความหมายในเอกสารตอบกลับ
- Minimum Trace/Space — แจ้งขนาดเล็กสุดที่มีในแบบ และให้โรงงานประเมินกับ Copper Weight กับกระบวนการของงานนั้น
- Net ที่รับกระแสสูงและ ΔT เป้าหมาย — ระบุชื่อ Net ลักษณะโหลด ชั้นที่เดินลาย และเงื่อนไขอุณหภูมิแวดล้อม เพื่อให้การทบทวนแบบมีข้อมูลครบ
- Controlled-Impedance Nets และ Stackup — ส่งข้อมูลวัสดุ ความหนา Dielectric, Reference Plane และค่า Impedance ที่แบบต้องการ พร้อมขอการยืนยันก่อนผลิต
- IPC Class และมาตรฐานตรวจรับที่ลูกค้ากำหนด — ระบุชื่อและฉบับตามข้อกำหนดของลูกค้า ไม่อนุมานจากประเภทอุตสาหกรรมหรือจากการใช้สูตร IPC-2221
- Etch Tolerance และขีดความสามารถการผลิตเป็นลายลักษณ์อักษร — ขอเงื่อนไขการชดเชยลาย วิธีระบุขนาดหลังผลิต และข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับแบบนี้
แนบข้อกำหนดเหล่านี้พร้อมไฟล์สำหรับ ขอใบเสนอราคา แล้วตรวจว่าคำตอบครอบคลุมประเด็นสำคัญก่อนยืนยันผลิต หากโรงงานเสนอให้เปลี่ยน Stackup หรือ Copper Weight ควรให้ผู้ออกแบบตรวจผลต่อทั้ง Current Capacity และ Impedance ก่อนยอมรับการเปลี่ยนแปลง
เครื่องมือคำนวณ
เครื่องมือช่วยลดความผิดพลาดในการแทนสูตรได้ แต่ผู้ใช้ยังต้องเลือก Layer หน่วย Copper Weight และ ΔT ให้ตรงกัน ตารางนี้รวบรวมเครื่องมือสำหรับใช้คำนวณและตรวจเทียบ โดยควรตรวจแบบจำลองและตัวเลือกที่ใช้งานในแต่ละเครื่องมือก่อนนำผลไปออกแบบ
| เครื่องมือ | มาตรฐานหรือแบบจำลองที่ใช้ตรวจเทียบ | ลักษณะการใช้งาน |
|---|---|---|
| DigiKey PCB Trace Width Calculator | IPC-2221 | คำนวณความกว้างจากข้อมูลกระแสและเงื่อนไขที่กำหนด |
| Sierra Circuits Calculator | IPC-2221 และ IPC-2152 | ตรวจตัวเลือกแบบจำลองและข้อมูลบอร์ดให้ตรงกับกรณีที่ต้องการ |
| Saturn PCB Toolkit | IPC-2152 | เครื่องมือบนเดสก์ท็อปสำหรับช่วยประเมินงานออกแบบ PCB |
ใช้ TraceWidthCalculator เป็นอีกทางเลือกสำหรับตรวจความกว้าง และใช้ตัวอย่าง 3 A, 1 oz, External Layer, ΔT 10°C ในบทความเป็นกรณีเทียบ หากได้ผลต่างกัน ให้เริ่มตรวจความหนาทองแดง หน่วย และ Layer ก่อน แล้วจึงดูว่าเครื่องมือใช้สมการหรือเงื่อนไขด้านความร้อนต่างกันหรือไม่
เวลาเก็บผลคำนวณไว้กับเอกสารออกแบบ ควรเก็บค่าที่ป้อนและสมมติฐานด้วย ผลลัพธ์ความกว้างเพียงค่าเดียวไม่เพียงพอให้ผู้ตรวจแบบทราบว่ารองรับโหลดภายใต้เงื่อนไขใด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Trace Width ขั้นต่ำที่ผลิตได้คือเท่าไร?
ไม่มีค่าตายตัวที่ใช้กับทุกโรงงานและทุก Copper Weight ต้องดูความสามารถของกระบวนการ ความหนาทองแดง และรายละเอียดของแบบร่วมกัน งาน HDI ที่ใช้ Laser Imaging อาจรองรับลายละเอียดขึ้น แต่ชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำยืนยันขนาดขั้นต่ำ ควรส่งข้อมูลแบบให้โรงงานประเมินและขอ Minimum Trace/Space เป็นลายลักษณ์อักษร
Trace Width 10 mil รับกระแสได้กี่แอมป์?
ตามสูตรในบทความ Trace 10 mil บน External Layer ทองแดง 1 oz รับกระแสประมาณ 0.88 A ที่ ΔT 10°C หรือ 1.20 A ที่ ΔT 20°C ตัวเลขนี้ยังอยู่ภายใต้สมมติฐาน Trace เดี่ยวและความหนาตามค่าที่กำหนด หากต้องรับกระแสมากขึ้น ให้พิจารณาความกว้างหรือ Copper Weight เพิ่ม พร้อมตรวจแรงดันตกคร่อม
ทำไมจึงเผื่อ Safety Margin 20-50%?
ค่าเผื่อช่วยรองรับความไม่แน่นอนของความกว้างหลัง Etch ความหนาทองแดง จุดคอด โหลด และสภาพความร้อน 20-50% เป็นช่วงแนวทางสำหรับประเมิน ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวหรือคำรับประกันว่าจะครอบคลุมทุกสภาวะ ตัวอย่าง 54.1 mil เมื่อเผื่อตามช่วงนี้จะเป็นประมาณ 65-81 mil แต่ยังต้องตรวจข้อมูลโรงงานและเงื่อนไขใช้งานจริง
Copper Pour กับ Trace กว้างต่างกันอย่างไร?
Copper Pour ช่วยใช้พื้นที่ว่างเพื่อกระจายกระแสและความร้อน และมีรูปร่างตามพื้นที่ที่เหลือบนบอร์ด ต่างจาก Trace ที่กำหนดแนวเดินและความกว้างได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม Pour ที่ดูใหญ่บนหน้าจออาจมีคอคอดจาก Clearance หรือ Thermal Relief ต้องตรวจทางไหลของกระแสจริงและการต่อกับ Pad กับ Via การมี Pour อย่างเดียวไม่ได้ยืนยันผลเรื่อง EMI หรือความร้อนโดยอัตโนมัติ
ถ้าใช้ Trace Width ตาม IPC-2221 แล้วยังร้อน ควรทำอย่างไร?
เริ่มจากแยกว่าอุณหภูมิสูงเพราะ Trace สร้างความร้อนเองหรือรับความร้อนจากบริเวณรอบข้าง ตรวจว่ากระแส Copper Weight และ Layer ตรงกับที่คำนวณหรือไม่ แล้วพิจารณาทางเลือกต่อไปนี้
- เพิ่ม Trace Width หรือใช้ Copper Pour โดยแก้จุดคอดด้วย
- เพิ่มความหนาทองแดง เช่น จาก 1 oz เป็น 2 oz แล้วทบทวนข้อจำกัดการผลิต
- เพิ่ม Thermal Via ในตำแหน่งที่ช่วยถ่ายความร้อนไปยังพื้นที่ระบายความร้อนอีกชั้นได้จริง
- แบ่ง Load ไปหลายเส้นทาง และตรวจการแบ่งกระแสของแต่ละเส้นทาง
- ทบทวนด้วยแนวทางของ IPC-2152 ซึ่งพิจารณาผลของ Copper Plane และโครงสร้างบอร์ด เพื่อให้การประเมินสะท้อนบอร์ดจริงมากขึ้น
หลังแก้แบบ ควรตรวจความร้อนและแรงดันที่โหลดอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขเดิม เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้
Trace Width มีผลต่อ Impedance อย่างไร?
สำหรับ Microstrip โดยทั่วไป เมื่อโครงสร้างและปัจจัยอื่นคงเดิม Trace ที่กว้างขึ้นจะมี Characteristic Impedance ต่ำลง แต่ความกว้างไม่ใช่ตัวแปรเดียว ต้องดูระยะถึง Reference Plane, Dielectric Thickness, ค่า εr และระยะห่างของคู่สัญญาณร่วมกัน สำหรับ Net ที่ต้องควบคุม Impedance ให้คำนวณตาม Stackup จริงตามแนวทางใน คู่มือ Impedance Control
ทองแดง 1 oz ในใบสั่งคือความหนาก่อนหรือหลังชุบ?
ขึ้นอยู่กับข้อความใน Fabrication Note และข้อตกลงกับโรงงาน บางเอกสารระบุ Base Copper ขณะที่บางเอกสารระบุ Finished Copper จึงต้องถามให้ชัด ไม่ควรตีความเอง สำหรับชั้นนอกความหนาหลังผลิตมีส่วนของทองแดงชุบรวมอยู่ด้วย สูตรทั้งหมดที่นี่ใช้สมมติฐานความหนา 1.37 mil ต่อ oz หากโรงงานยืนยันค่าความหนาต่างออกไป ต้องนำค่านั้นกลับมาคำนวณใหม่
สรุป
- คำนวณจากโหลดและเงื่อนไขจริงก่อนกำหนด Trace Width — ตัวอย่าง 3 A, 1 oz, External Layer, ΔT 10°C ต้องการประมาณ 54 mil (1.37 mm) ตามสูตรที่ใช้ในบทความ แล้วตรวจ Voltage Drop เพิ่ม
- พิจารณา Safety Margin 20-50% โดยใช้ข้อมูลการผลิตประกอบ — ตัวอย่างนี้ได้ประมาณ 65-81 mil แต่ค่าเผื่อไม่แทนการตรวจจุดคอดหรือการยืนยัน Finished Copper
- ใช้ ΔT 10°C เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อยังไม่มีเกณฑ์เฉพาะ — ต้องรวมผลของอุณหภูมิแวดล้อมและข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ในการตัดสินใจด้วย
- Internal Layer ต้องกว้างประมาณ 2.6 เท่าเพื่อรับกระแสเท่ากัน — อัตราส่วนนี้มาจากสูตรที่กำหนด เมื่อความหนาทองแดงและ ΔT เท่ากัน ไม่ใช่ข้อสรุปแทนการวิเคราะห์ Stackup ทุกแบบ
- ตรวจเส้นทางกระแสให้ครบทั้งขาไปและขากลับ — รวม Ground Return, Via, Pad, Thermal Relief และทางเชื่อม Copper Pour พร้อมขอข้อจำกัดการผลิตเป็นลายลักษณ์อักษร
แหล่งอ้างอิง
- IPC-2221 Calculator for PCB Trace Current and Heating — Altium Resources
- PCB Trace Width vs. Current Table — Altium Resources
- 10 Common PCB Trace Width Mistakes — TraceWidthCalculator
เอกสารมาตรฐานต้นฉบับ IPC-2221/IPC-2152 จำหน่ายโดย IPC และบทความนี้ไม่ได้ยกข้อความจากเอกสารดังกล่าว
คำนวณซ้ำด้วยสคริปต์ Python ภายใน วันที่ 2026-10-15 (สูตรในหัวข้อที่ 2)


